Mercedes Benz E Coupe มือสองวันนี้ราคาเริ่มต้นล้านกว่าบาท เป็นรถหรูที่จับต้องง่ายขึ้น คู่ควรกับการเป็นเจ้าของ

แล้วซื้อรุ่นไหน ปีไหน เครื่องอะไร มีจุดอ่อนที่ควรระวังอะไรบ้าง มาดูกัน

#Vlogเรื่องรถกับพี่อาร์ต #พี่อาร์ต #รถมือสอง #howtobuy #mercedes #benz #w207

Mercedes Benz E-Coupe รหัส W207 หรือ C207 ใช้พื้นฐานของรถยนต์ร่วมกับ C-Class W204 หรือ Co-Platform ในระบบช่วงล่างต่าง ๆ แต่ใช้เครื่องยนต์ การออกแบบทั้งภายนอก ภายในด้วย DNA ของ E-Class ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่า C-Class  แต่จะด้วยอะไรไม่แน่ใจ การขับขี่ W207 E-Class Coupe กลับสบายกว่า C-Class W204 

คำเตือน

บทความนี้ และคลิปด้านบน พูดคุยในมุมของคนซื้อรถมือสองในประเทศไทยเท่านั้น ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนทั้งหมด

โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล ส่วนไหนที่สำคัญ และตกหล่นไป เพื่อน ๆ สามารถคอมเม้นต์แจ้งได้หน้าเพจ

ช่วงอายุของ W207 / C207

  • 2010 – 2011 เป็นตัวก่อน Facelift ไฟแยก 4 ตา เครื่อง M271 Evo เกียร์ 5 สปีดอยู่คอนโซลกลาง เรือนไมล์ monochrome (จอไม่สี) ไฟเดย์ไลท์ทรง L คว่ำ
  • 2012 – 2013 เป็นตัวก่อน Facelift ไฟแยก 4 ตา เครื่อง M271 Evo เกียร์ 7 สปีดอยู่คอนโซลกลาง เรือนไมล์สี ไฟเดย์ไลท์ตรง
  • 2013 – 2016 เป็นตัว Facelift ไฟรวม เครื่อง M274 เกียร์ 7 สปีด เกียร์คอ เรือนไมล์สี

ออฟชั่น

เนื่องจากยุคนั้นรถนำเข้าอิสระ หรือเรียกติดปากว่ารถเกรย์ เข้ามาเยอะมาก ออฟชั่นแต่ละเจ้าก็ไม่เหมือนกัน ทั้งยังมีรถศูนย์ไทยด้วย ดังนั้นออฟชั่นต่าง ๆ ขอไม่พูดถึงนะครับ แต่เอาเป็นว่ารุ่นนี้มีออฟชั่นที่เคยเห็นคือ เบาะนวด, เบาะอุ่นร้อน, เบาะเย็น, lane tracking, blind spot, หลังคาแก้ว Panoramic Moon Roof, โช้คอัพไฟฟ้า เป็นต้น

รุ่นย่อย

ในตลาดมือสองบ้านเรา มีทั้ง Coupe 2 ประตู และ ตัวเปิดประทุน / Cabriolet โดยราคาตัวเปิดประทุนจะแพงกว่าตัว Coupe ประมาณ 5 – 6 แสนบาท

ตัวก่อนเฟสลิฟ Gen 1 ปี 2010 – 2011 ที่เป็นไฟแยก เกียร์ 5 สังเกตุง่าย ๆ คือ ไฟเดย์ไลท์เป็นตัว L คว่ำ หน้าปัทม์ไมล์เป็นแบบ monochrome คือไม่ใช่จอสี ตัวนี้พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านทรงมน

ตัวก่อนเฟสลิฟ Gen 2 ปี 2012 – 2013 ยังคงเป็นไฟแยก แต่เปลี่ยนมาใช้เกียร์รุ่นใหม่ 7 สปีด สังเกตุง่าย ๆ คือ เปลี่ยนมาใช้ไฟเดย์ไลท์ตรง เรือไมล์เป็นจอสีเหมือนตัวเฟสลิฟ พวงมาลัยใช้ AMG รุ่นใหม่เหมือนตัวเฟสลิฟเช่นกัน

ในส่วนของเครื่องทั้ง Gen 1 และ Gen 2 ใช้เครื่องตัวเดียวกันหลัก ๆ บ้านเราก็จะเป็น E200 และ E250 เป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกันแรงม้าต่างกันโดย

  • E200 เครื่อง M271 Evo 1800cc Turbo 184 แรงม้า
  • E200 เครื่อง M271 Evo 1800cc Turbo 204 แรงม้า

W207 ส่วนมากจะมาพร้อมกับชุดแต่ง AMG เกือบทั้งหมด แต่นาน ๆ จะเจอสักคันที่มาเป็นตัวธรรมดา ซึ่งสังเกตุไม่ยาก ให้ดูกันชนหน้า ช่องลมตรงกลางจะไม่เหมือนกัน รวมถึงกันชนหลังเป็นแบบเรียบไม่มี diffuser

Gen 3 หรือ รุ่นเฟสลิฟ ก็ยังคงมีให้เลือกเป็น Coupe 2 ประตู และ Cabriolet เปิดประทุน โดยใน Generation นี้เป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่มาก เพราะมีการเปลี่ยนจาก Gen 2 ดังนี้

  1. ไฟหน้าเปลี่ยน
  2. ไฟท้ายเปลี่ยน
  3. ฝากระโปรงเปลี่ยน
  4. กันชนหน้าเปลี่ยน
  5. เกียร์ย้ายจากคอนโซลกลาง มาอยู่ที่คอพวงมาลัย
  6. แผงแอร์กลางเปลี่ยนเป็นแบบมีนาฬิกาอยู่ตรงกลาง
  7. ชุดควบคุมแอร์เปลี่ยนจาก 5 ปุ่มเป็น 4 ปุ่ม
  8. พวงมาลัยเปลี่ยนทรงใหม่

ส่วนเครื่องยนต์ W207 Facelift ในตลาดส่วนมาเป็น E200 แต่ก็ยังพอเห็น E250 บ้าง เครื่อง + เกียร์ตัวเดียวกัน

  • E200 เครื่อง M274 2000cc Turbo 184 แรงม้า
  • E200 เครื่อง M274 2000cc Turbo 211 แรงม้า

W207 Facelift นอกจากจะเป็น AMG เกือบทั้งตลาดแล้ว ยังมีแพคเกจ AMG Spot plus เพิ่มเข้ามาในส่วนของชุดแต่ง ซึ่งเครื่อง เกียร์ ช่วงล่างต่าง ๆ เหมือนกับตัว AMG ทั่วไป แต่มีการอัพเกรดชิ้นส่วนดังนี้

  1. ล้อทูโทน โครเมี่ยมตัดดำ
  2. ซีทเบลท์แดง
  3. เบาะดำสลับอาคันทาร่า
  4. พวงมาลัยตะเข็บแดง

สมรรถนะการขับขี่ E Coupe  vs C Coupe

E Coupe ตัวนี้ แม้จะใช้พื้นฐานร่วมกับ C Coupe แต่บอกเลยว่านั่งสบายกว่า กว้างกว่า พื้นที่เหนือศีรษะสูงกว่า 

ระบบช่วงล่าง แม้หลาย ๆ ที่จะเอาโช้คอัพเบอร์เดียวกันมาใส่ร่วมกัน แต่การขับขี่ E Coupe ไม่กระด้างเหมือน C Coupe ถนนขรุขระนุ่มกว่า เรียกว่าคาแรคเตอร์ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เครื่องยนต์ อัตราเร่งถือว่าทำได้ดี ขับสนุก กดแล้วก็พุ่งไปข้างหน้า แต่จะเป็นสไตล์เบนซ์ คือไม่ได้บ้าระห่ำขนาดนั้น 

โดยรวมถือว่าเป็นรถที่ขับสนุก จะเอาไปจูนแรงม้า จูนเป็น E20 ก็ทำได้ไม่มีปัญหา น้ำมันถูกลง รถแรงขึ้น

โช้คไฟฟ้า

E Coupe ตัวนี้ทั้ง 3 Gen บางคันจะมากับโช้คอัพไฟฟ้า (ของ Monroe) บางตัวเป็นโช้คอัพธรรมดา ซึ่งแล้วแต่ผู้นำเข้าจะกดออฟชั่นมาจากเมืองนอก โช้คไฟฟ้านี้สามารถปรับความแข็งได้ในโหมด Sport เพิ่มสมรรถนะ และ ความ “คม” ในการขับขี่

ปัญหามันจะเกิดกับเราที่เป็นรถมือสอง ถ้าเสียตัวละหลายหมื่นบาท ส่วนมากก็จะซ่อมเอาถ้าเพียงแค่น้ำมันรั่ว

หากจะเอาไปโหลด ต้องใส่ Canceller หรือ กล่องหลอกระบบ ราคาชุดละ สองหมื่นกว่าบาท มีทั้ง H&R และ KW หรือจะเอาไป Coding ปิดระบบได้ เพียงแต่อาจไม่สมบูรณ์ ปีละครั้ง สองครั้ง จะมีไฟ Sport โชว์บนหน้าปัทม์ ซึ่งแก้ไขด้วยการเอารถขึ้นฮ้อย แล้วถอดสายเซ็นเซอร์ เข้า-ออก เพื่อรีเซ็ทระบบ

ใครสนใจติดต่อสอบถาม คุณเบนซ์ SecretCodes ดู

https://www.facebook.com/Secretcodes.th

ส่วนเทคนิคว่าโช้คไฟฟ้าหรือไม่ มีคนแนะนำให้ดูรุ่นรถ ส่วนมาก E200 จะมาเป็นโช้คธรรมดาซะเป็นส่วนมาก พวกรถฮ่องกง เบาะร้อน-เย็น มักเป็นโช้คธรรมดา 

E250 หรือ รถอังกฤษที่มีระบบเบาะร้อนอย่างเดียว ส่วนมากจะเป็นโช้คไฟฟ้า ซึ่งเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ให้ตรวจสอบที่ตัวรถอีกครั้งเพื่อความชัวร์

ซื้อปีไหน เล่นรุ่นไหน?

รถศูนย์ vs รถเกรย์ ?

สำหรับผมชอบรถศูนย์ เพราะมีปัญหาที่แก้ไม่ตก หรือ จำเป็นจริง ๆ ยังเอาเข้าศูนย์ได้ ซึ่งรถเกรย์ที่นำเข้ามา หลังเดือน 6 ปี 2012 ไม่สามารถเข้าศูนย์ได้ (ปีไม่ชัวร์นะครับ ใครรู้บอกด้วย)

อีกจุดหนึ่งคือ รถเกรย์เช็คประวัติยากมาก เพราะส่วนมากไม่เอาเข้าศูนย์ ประวัติซ่อม กับไมล์นี่วัดดวงล้วน ๆ ว่าจะโดนรถยำหรือเปล่า ครั้นจะให้ช่างเอาคอมฯ ไปเสียบ ก็ต้องแล้วแต่เต้นท์ว่าจะยอมหรือไม่

แต่สำหรับผม ถ้ารถสวย สภาพได้ ราคาได้ รถเกรย์ หรือ ศูนย์ก็ได้หมดครับ ไม่เกี่ยง

ปีไหนดี ?

ผมว่าได้ทุกปี ปีไหนก็ได้ แนะนำเอางบประมาณมาตั้ง ถ้าอยู่ล้านนิด ๆ เอา Gen 1 แต่ถ้าไปได้ 1.2 ล้าน เอา Gen 2 เพราะเราควรเผื่อค่า “ปั้นครั้งแรก” เพื่อความสมบูรณ์ที่ 1 แสนบาท

สำหรับผม ล้านต้น ๆ ซื้อมาขับดับกิเลส ผมรู้สึกว่าไม่เปลืองเงินเกินไป เดินมามองในโรงรถแล้วไม่เครียด

ถ้างบมากกว่านั้น หรือ เอากิเลสเป็นที่ตั้ง ไปเอา Gen3 แต่สุดท้ายอยู่ที่งบประมาณ และ ความชอบส่วนตัว

หรือยากไปให้สุด หยุดที่ตัวสะสม Facelift Cabriolet E250 ที่วันนี้ราคาไปสองล้านกว่าบาท

ไฟแยก vs ไฟรวม ?

สำหรับผมชอบตัวไฟแยก 4 ตา Gen 2 ไฟเดย์ไลท์ตรง จอสี ผมว่ามันดูดุดัน มองแต่ไกลรู้เลยว่าเป็น E Coupe แต่ทันสมัยกว่า Gen 1 ตรงจอสี ในราคาล้านต้น ๆ (ราคา ณ. มิย 65)

ซึ่งจริง ๆ อยู่ที่ว่าชอบหน้าไหน ไฟแยก 4 ตา สำหรับผมมันสวยคลาสสิค ดุดัน เป็นยุคที่ DNA การออกแบบของเบนซ์ “กล้าแสดงออก” มากที่สุดยุคหนึ่งเลย นับเป็นไฟ 4 ตา รุ่นสุดท้ายของเบนซ์ นี่คือ iconic ที่อนาคตขึ้นแท่น Classic

ส่วนไฟรวม Facelift ดูทันสมัยขึ้น มีโค้งมนมากขึ้น เพิ่มความหรูหราที่แตกต่างจากเดิม เป็น DNA การออกแบบที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้มันดูทันสมัย หน้าตาไม่หนีกับรุ่นปัจจุบันมากนัก แต่เอาตรง ๆ นะ DNA นี้ของเบนซ์ ทำให้เวลามองรถบนท้องถนน S Class E Class และ C Class แยกจากกันแทบไม่ออก ไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน

ค่าบำรุงรักษา

แนวผม คือซื้อมาปุ๊ป จับซ่อมใหญ่เช็คทั้งระบบไว้เลย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเล่นรุ่นใด ๆ ให้เผื่องบไว้ 1 แสนบาท ซ่อมเก็บงาน เครื่อง เกียร์ ช่วงล่าง สีภายนอก ปุ่มลอกภายใน

ตอนซื้อรถให้ดูสภาพ และ ปียาง ถ้าเก่าเกิน 4 ปี ก็ต้องเตรียมงบเอาไว้เปลี่ยนยางด้วย

จากนั้นรายปี เตรียมงบไว้เฉลี่ยปีละ 50,000 บาท ควรจะครอบคลุมซ่อมจุกจิก และ ถ่ายน้ำมันเครื่อง เช็คระยะทั่วไป บางปีอาจไม่ถึง บางปีอาจเกิน ดังนั้นจึงใช้คำว่า เฉลี่ย

จุดอ่อน จุดที่ต้องดูแล

จุดอ่อน W207 ตัวไฟแยก ก่อน Facelift

ตัวนี้เครื่องเป็น M271Evo ปัญหาหลัก ๆ ที่มักจะเจอคือ

เฟืองแอดวานซ์ ชอบสึก ซึ่งเกิดจากพวกรถปีมากวิ่งน้อย สายจอดยาว ๆ จอดสัก 5 วัน น้ำมันเครื่องที่เลี้ยงเฟืองไหลกลับลงมาที่อ่างน้ำมันเครื่องด้านล่างหมด จนเฟืองกับโซ่แห้ง พอสตาร์ททีนึง ก็เหมือนเหล็กสีกับเหล็ก บ่อย ๆ เข้าสึกหรอจนเกิดปัญหา

โดยปัญหาสังเกตุไม่ยาก อาการสตาร์ทตอนเช้า สตาร์ทครั้งแรกไม่ติด ต้องสตาร์ทครั้งที่ 2 จึงจะติด เป็นแบบนี้บ่อย ๆ อาการเฟืองครับ

หรือ อีกอาการที่ชัดเจน คือจะมีเสียง “แครกกก” เสียงเหล็กสีกับเหล็กลั่นก่อนเครื่องจะติด คือ “แครกกกก….แครกกกก…บรึ๊นนนน”

เครื่อง M271 Evo ยังมีอาการที่ชอบเสียกันคือ ปั๊มแรงดันสูงเสีย ราคา 2 – 3 หมื่นบาท อันนี้วัดจากอายุ และ ไมล์ไม่ได้เลยครับ เพราะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ่า รวมไปถึงแรคพวงมาลัย ถ้ารถลุยน้ำมา อาจมีอาการช๊อตได้ แต่แรคฯ ซ่อมได้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่

จุดล่าสุดที่ผมรู้มา จากการเอา W212 เครื่อง M271 Evo ไปซ่อม คือ สกรูแป๊ปเทอร์โบ ตอนขายรถออกมาใช้รหัสนึง แต่ตอนหลัง Benz ออกรหัสใหม่ จะเป็นสกรูแป๊ปเทอร์โบ ที่มีวาล์วด้านใน ป้องกันปัญหาน้ำมันเครื่องเข้าเทอร์โบ โดยรถที่ควรเปลี่ยนสกรูแป๊ปเทอร์โบ จะมีอาการสตาร์ทตอนเช้าแล้วควันขาว

อื่น ๆ ไม่มีอะไรมากครับ เสื่อมเสียตามสภาพ พวกซีลยาง ลูกหมากช่วงล่าง ผ้าเบรค จานเบรค กันโคลง กระป๋องพักน้ำ หม้อน้ำ ก็ให้ช่างตรวจสอบชุดใหญ่เพื่อความสบายใจ โดยเฉพาะระบบหล่อเย็น ควรตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะถ้ารอให้เสียแล้วค่อยซ่อม จะได้ขึ้นยานแม่ (รถสไลด์ รถลาก)

ซึ่ง W207 ก่อน Facelift นั้น ยังแบ่งเป็น เกียร์ 5 สปีด กับ 7 สปีด ซึ่งคาแรคเตอร์การขับขี่อาจต่างกันบ้าง ซึ่งผมว่าขับดีทั้งคู่ แต่ 7 สปีด จะทดชิดกว่า ทำให้อัตราเร่งเหมือนจะดีกว่าเพราะได้เกียร์มาช่วย

ในแง่ค่าซ่อม เกียร์ 5 สปีด ซ่อมถูกกว่า และ จุกจิกน้อยกว่า อาจเป็นเพราะเทคโนโลยีมาสุดทาง คือ เค้าพัฒนามาจนเต็มอิ่มแล้ว ดังนั้นพังน้อยกว่า ซ่อมง่าย และ ราคาถูกกว่า อย่างแผงเกียร์แท้อันละหมื่นกลาง ๆ (โดยประมาณ)

ในขณะที่เกียร์ 7 สปีด เพิ่งเริ่มมีใช้ในยุคนี้เป็น Gen แรก ๆ กับเทคโนโลยีที่ล้ำกว่าเดิม มีเซนเซอร์เยอะกว่า ละเอียดกว่า และ แน่นอนว่ามีชิ้นส่วนให้ซ่อมเยอะกว่า เอาเฉพาะแผงวงจรเกียร์แท้ อันละเกือบสามหมื่น (โดยประมาณ) 

จุดอ่อน W207 ตัวไฟรวม Facelift

ตัวเครื่องถือว่ายังใหม่มาก ๆ จุดอ่อน หรือ ปัญหาที่เจอบ่อย ณ. วันนี้ถือว่ายังไม่แสดงอาการใด ๆ มากนัก โดยรวมถือว่าทนพอสมควร และซ่อมง่ายพอสมควรเพราะอยู่ใน W212, W213, W204, W205 และอีกหลายรุ่น

ส่วนตัวผมเองใช้ W212 Facelift เครื่องตัวเดียวกันนี้ บำรุงรักษาแบบไม่ขี้เหนียวเกินไป หมั่นถ่ายของเหลว ถ่ายน้ำมันเกียร์ และ เช็คซีลรั่วซึมต่าง ๆ รวมถึงท่อน้ำรอบเครื่อง  ก็สามรถใช้งานได้อย่างสบายใจ ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถดูบทความซ่อม W212 อ้างอิงได้ครับ

ปั้น Benz W212 E200 วิ่ง 120,000 ซ่อมอะไรบ้าง

เกียร์เป็น 7 สปีด เหมือนตัวก่อน Facelift จอสีที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เพิ่มเติมคือ ให้ถ่ายน้ำมันเกียร์แท้ และ เปลี่ยนกรองเกียร์ทุก ๆ 80,000 – 100,000 กม. เพื่อยืดอายุเกียร์

อื่น ๆ ไม่มีอะไรมากครับ เสื่อมเสียตามสภาพ พวกซีลยาง ลูกหมากช่วงล่าง ผ้าเบรค จานเบรค กันโคลง กระป๋องพักน้ำ หม้อน้ำ ก็ให้ช่างตรวจสอบชุดใหญ่เพื่อความสบายใจ โดยเฉพาะระบบหล่อเย็น ควรตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะถ้ารอให้เสียแล้วค่อยซ่อม จะได้ขึ้นยานแม่ (รถสไลด์ รถลาก)

ก็หวังว่าบทความนี้จะพอเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่กำลังมองหา Mercedes Benz E Coupe มือสองเพื่อเติมเต็มความฝันกันสักคันนะครับ มีตรงไหนเพิ่มเติม คอมเม้นท์สอบถาม หรือ แนะนำได้ที่หน้าเพจ Facebook เหมือนเคยครับ

ส่วนอู่ที่ซ่อมรถยุโรป และอู่อื่น ๆ ที่เกียวข้อง ผมรวบรวมให้แล้วในบทความนี้

รวมรายชื่ออู่ที่พี่อาร์ตแนะนำ ซ่อม Benz, BMW

_______________________________________________

ฝากกดติดตามเพจ www.facebook.com/xenonartpage

และ ช่องยูทูปเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

https://www.youtube.com/user/artxenonart

 

#Vlogเรื่องรถกับพี่อาร์ต #พี่อาร์ต #รถมือสอง 

 

 

 

 

 

 

ส่วนอู่ที่ซ่อมในคลิปนี้ และอู่ ซ่อมรถอื่น ๆ ผมรวบรวมให้แล้วในบทความนี้

รวมรายชื่ออู่ที่พี่อาร์ตแนะนำ ซ่อม Benz, BMW

 

_______________________________________________

ฝากกดติดตามเพจ www.facebook.com/xenonartpage

และ ช่องยูทูปเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

https://www.youtube.com/user/artxenonart

About the author

xenon_art

บล็อคเกอร์กวน ๆ อารมณ์ดี ขี้บ่นบ้างอะไรบ้าง ชอบเขียนเรื่องสมาร์ทโฟน กิน เที่ยว และ ของเล่น เขียนบทความเป็นงานอดิเรก

twitter: @xenon_art
Instagram: xenon_art