กิน บิน ช้อป ฉบับพี่อาร์ต เน้นสบายเปย์แต่ไม่บ้าบอ วันนี้นำเสนอรีวิวเปรียบเทียบรถไฟชั้น Business ในอิตาลี เน้นเฉพาะชั้น Business ขึ้นไปเท่านั้น

#เที่ยวอิตาลี #Europe #พี่อาร์ตเอง #italo #trenitalia #frecciarossa

สำหรับคนไปเที่ยวอิตาลีด้วยตัวเอง การเดินทางข้ามเมืองด้วยการนั่งรถไฟเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุด และเรายังสามารถทำให้การเดินนั้นสบายกว่าปกติได้ด้วยการเลือกนั่งชั้น Business และหากใครที่กำลังวางแผนเที่ยวอาจ งง เมื่อเจอตัวเลือกดันมีรถไฟให้เลือกถึง 2 ยี่ห้อ และทั้ง 2 ยี่ห้อมี class ให้เลือกเยอะจัง

ส่วนใครยังไม่เซียนเรื่องขอคือภาษี Tax Refund เวลาไปช้อปปิ้งที่อิตาลี แนะนำบทความนี้ >>> วิธีขอคือภาษี / Tax Refund ประเทศอิตาลี พร้อมทริกขั้นเทพ

สำหรับคนชอบดูคลิป เชิญเสพ

ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักรถไฟหลัก ๆ ในอิตาลีที่มีชั้น Business จะมี 2 เจ้า กันก่อนคือ

  1. Frecciarossa รถไฟพิเศษของ Trenitalia
  2. Italo
ข้อมูลเบื้องต้น

Trenditalia เป็นรถไฟแห่งชาติ ที่แตกไลน์ Frecciarossa ออกมาเป็นนรถด่วนข้ามเมือง ที่จะใช้รถไฟที่ดีกว่า หรูหรากว่า ทันสมัยกว่า มีสิ่งอำนวยควมสะดวกครบครัน ต่างจากรถไฟสายธรรมดาที่เก่า สกปรก และ บางขบวนไม่มีห้องน้ำ

และเมื่อเป็นการรถไฟแห่งอิตาลี นั่นทำให้ Trenitalia มีเส้นทางการเดินรถไฟครอบคลุมที่สุด มีเที่ยวรถให้เลือกมากที่สุด แต่….หากจะนั่งรถ Frecciarossa เที่ยวรถจะแตกต่างกับรถทั่วไป เวลาไปซื้อ หรือ เช็คตารางการเดินรถ ต้องเช็คสายที่เป็น Frecciarossa

Italo เป็นรถไฟเอกชนที่เดินรถในเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ และเป็นรถไฟสไตล์ VIP เท่านั้น คือจะเทียบเท่า Frecciarossa แต่เส้นทางไม่ครอบคลุมเท่า แต่เที่ยวการเดินรถต่อวันในจุดหมายปลายทางเดียวกัน เยอะไม่น้อยหน้า หรือ บางเส้นทางมีรถวิ่งมากกว่า Frecciarossa เสียอีก

ทีนี้มาดูทีนั่งกัน โดยการเข้าจอในเวปไซท์ให้เลือกดู Class Business ขึ้นไป โดยจะมีความต่างกันดังนี้

มันต่างกันอย่างไรบ้าง

 

จะมีให้เลือกดังนี้

 

Business – เป็นที่นั่งแบบ VIP สไตล์ Business Class มีแบบ 1, 2 และ 4 ที่นั่งหันหน้าหากัน โดยมีโต๊ะกั้น

Business Quite – เป็นที่นั่งเหมือน Business แต่เป็นโซนเงียบ ห้ามส่งเสียงมีแบบ 1, 2 และ 4 ที่นั่งหันหน้าหากัน โดยมีโต๊ะกั้น

Work Space – เป็นห้องประชุม 6 ที่นั่ง มีจอขนาด 32 นิ้วให้ใช้งานได้ (ราคาต่อคน ไม่ใช่ต่อห้อง)

Solotto – เป็นห้องที่สามารถนั่งได้ 4 คน (ราคาต่อคน ไม่ใช่ต่อห้อง) ไม่มีโต๊ะกลาง ใช้โต๊ะจากที่เท้าแขนของเก้าอี้

โดยราคาจะแตกต่างกันไป และตอนจองผ่านหน้าเวปจะมีเรทราคาให้เลือกตามเงื่อนไขของตั๋วจากถูกสุด Super Economy เปลี่ยนอะไรไม่ได้ ไม่ได้เดินทางก็ทิ้งอย่างเดียว จนถึง Base เปลี่ยนได้ทุกสิ่งอย่าง ไม่ได้เดินทางก็ขอคืนเงินได้ (หักค่าธรรมเนียม)

 

Italo จะดูง่ายกว่าเพราะมีแค่ Club Executive กับ Salotto เท่านั้น

Club Executive เป็นชั้นเทียบเท่า Business ของ Frecciarossa จัดวางผังที่นั่งแบบ 2 – 1 โดยมีให้เลือกนั่งเดี่ยว นั่งเดี่ยวหันหน้าหากัน นั่งคู่ หรือ นั่ง 4 คนหันหน้าหากัน

Salotto เป็นห้องที่สามารถนั่งได้ 4 คน (ราคาต่อคน ไม่ใช่ต่อห้อง) ซึ่งอยู่ในตู้เดียวกับ Club Executive ไม่มีโต๊ะกลาง ใช้โต๊ะจากที่เท้าแขนของเก้าอี้ พร้อมจอมอนิเตอร์

ราคาของทั้ง 2 คลาส ก็จะมีไล่ไปตั้งแต่ Low Cost เปลี่ยนคืนไม่ได้ จนถึง Flex ที่เปลี่ยนได้ทุกอย่าง

แล้วอะไรดีกว่ากัน

บอกเลยพอ ๆ กัน แต่จากประสบการณ์ของผม

  • Italo เจอ delay บ่อยกว่า แต่ครั้งละไม่นาน ไม่เกิน 30 นาที แต่ Frecciarossa นาน ๆ  delay ทีนึงแต่ครั้งละเป็นชั่วโมง เคยเจอนานสุด 3 ชั่วโมง ทำให้รู้สึกว่า Italo ลุ้นน้อยกว่า
  • Italo เมื่อซื้อ Club Executive หรือ Salotto สามารถใช้บริการเล้าจน์ได้ฟรี มีขนม เครื่องดื่มร้อน-ให้บริการฟรี ในขณะที่ frecciarossa ต้องซื้อตั๋วแบบ Executive ที่แพงกว่ามาก

  • Frecciarossa มีช่องทางพิเศษในการเดินข้าชานชลา หากซื้อตั๋ว Business ขึ้นไป (ต่ำกว่านั้นไม่เคยนั่งนะ) เป็นพนักงานของ Trenitalia  ตรวจ แต่ Italo เช้าช่องธรรมดา คิวยาวหน่อย นายตรวจของสถานี

  • ตัวรถไฟนั้น Frecciarossa รู้สึกว่ารถจะนิ่ง นิ่มนวลกว่านั่งสบายกว่า แต่ Italo เก้าอี้ถูกจริตผมมากกว่า
  • การบริการ Italo พนักงานน่ารักกว่า เดินทาง 3 ชั่วโมง เดินมาเสริฟน้ำ ผ้าเย็น ขนม แล้วคอยกลับมาถามว่าจะเอาอะไรเพิ่มไหมทั้งชา กาแฟ มากมายหลายรอบ ในขณะที่ Frecciarossa เสริฟรอบเดียว จบ แถมหากเจอคนที่สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ นางวางน้ำ ขนม ผ้าเย็นแล้วเดินผ่านเลยจ้า กาแฟ ชา ต้องดิ้นรนขอเอาเอง แต่หากเจอคนดีหน่อยก็จะได้กาแฟ แต่ได้รอบเดียว จากนั้นไม่สนใจเราอีกเลย

นอกเหนือจากที่กล่าวมา อื่น ๆ อย่างพี้นที่วางกระเป๋าเดินทาง ความสะอาด ห้องน้ำ และ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นไม่ต่างกันมาก หรือหากต่างกันก็น้อยจนไม่เป็นสาระสำคัญในการนั่งรถไฟ 2 – 3 ชั่วโมง

พี่อาร์ตเลือกอะไร

จากที่เคยนั่งมาทั้ง 2 ตัว ในแบบ Salotto และ Business Quiet/Club Executive มาหลายรอบ โดยรวมชอบ Italo มากว่า เพราะได้นั่งเล้าจน์ พักขา เติมความสดชื่นก่อนขึ้นรถไฟ โดยไม่ต้องซื้อตั๋วแพงขนาด Executive และ การบริการที่เป็นมิตรกับคนเอเชียมากกว่า (ประสบการณ์ส่วนตัว)

ทำให้ Italo เป็นตัวเลือกแรกในการจอง นอกจากเวลาไม่ได้ หรือตั๋วแพงเกินไป ก็เลือกไปนั่ง Frecciarossa – Business Quite แทน

หวังว่าบทความนี่จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะครับ ใครสงสัยตรงไหนสอบถามได้เหมือนเคย โดยตอนนี้พี่อาร์ตเปิดเพจ กิน บิน ช้อป แยกออกเพิ่มด้วยนะครับ ฝากกดติดตามให้กำลังใจกันด้วย

_______________________________________________

หากเพื่อน ๆ ชอบเรื่องกิน เที่ยว และ รีวิวของผมที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอวย ฝากเพื่อน ๆ กด LIKE Facebook Fanpage ของผมเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

http://www.facebook.com/xenonartpage

About the author

xenon_art

บล็อคเกอร์กวน ๆ อารมณ์ดี ขี้บ่นบ้างอะไรบ้าง ชอบเขียนเรื่องสมาร์ทโฟน กิน เที่ยว และ ของเล่น เขียนบทความเป็นงานอดิเรก

twitter: @xenon_art
Instagram: xenon_art