20160411_182941

มาละนะ รีวิวแกะกล่อง พร้อมสเปค iPhone SE มือถือหน้าตาคลาสสิคอายุยืน เปลี่ยนไส้ใน อัพกล้อง เพิ่มแบต แล้วเพิ่มสีชมพูมาขาย สวยแค่ไหน มาดูกัน

หลายคนคงถามว่าบินไปญี่ปุ่นวันที่มันออกแล้วไม่ซื้อ กลับมาซื้อเครื่องหิ้วเมืองไทย มันคืออะไร? บ้าไปแล้วหรือเปล่า

เปล่าครับไม่ได้บ้า แต่คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนแล้วเสียเวลาหิ้ว ขึ้เกียจมีปัญหากับศุลกากรที่สนามบิน ชอบเดินเข้าตัวเปล่าไม่ต้องลุ้น ^^ ที่สำคัญพนักงานวันนั้นเหมือนไม่อยากบริการเรา เราก็เลยไม่ซื้อ งอลลลล

สเปคคร่าว ๆ ของ iPhone SE

  • หน้าจอ 4 นิ้ว ความละเอียด 640 x 1136 (326ppi)
  • ตัวเครื่องมีขนาด 123.8×58.6×7.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 113 กรัม
  • ซีพียู A9 สถาปัตยกรรมแบบ 64 บิต พร้อมโปรเซสเซอร์ร่วม M9
  • แรม 2 กิ๊ก
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล พร้อม Live Photo
  • ถ่ายวีดีโอได้ถึงระดับ 4K
  • กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ความจุ 1,624 มิลลิแอมป์
  • มี 4 สีให้เลือกคือ สีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์ และ สีโรสโกลด์
  • มีความจุให้เลือก 2 ขนาดคือ 16 และ 64 กิ๊ก

ว่าแล้วมาดูแกะกล่องกันเลยว่าสีชมพูมันจะสวยขนาดไหน

20160411_192600

ตัวกล่องที่คุ้นเคย แต่เปลี่นภาพหน้าจอเสียใหม่ อัพสีตัวเครื่องใหม่เป็นสี Rose Gold ตรงตามตัวเครื่องด้านใน

ด้านข้างมีคำ iPhone SE บ่งบองความเป็นรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

20160411_183033

เปิดกล่องมาก็เห็นไอโฟนนอนเต็มกล่องเช่นเคย แต่ตื่นเต้นกว่าเดิมเพราะได้สีชมพู หึ หึ

20160411_183144

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบด้วย

  1. ตัวเครื่องไอโฟน เอสอี
  2. หูฟัง EarPod
  3. สายดาต้า
  4. อแดปเตอร์ชาร์จไฟบ้าน
  5. สติ๊กเกอร์ และ คู่มือฉบับย่อ
  6. ที่จิ้มซิม

20160411_183255

สติ๊กเกอร์ และ คู่มือฉบับโค ตะ ระ ย่อเช่นเคย และ เราก็ไม่เคยเปิดอ่านเช่นเคย ดูรีวิวพี่อาร์ตก็ใช้เป็นละเนอะ 555

20160411_183318

เครื่องนอกฮ่องกงมากับหัวปลั๊กชาร์จไฟบ้านแบบสามขาเหลี่ยม ดีแล้่ว เวลาบินไปประชุมจะได้พกไปใช้ ส่วนตอนอยู่บ้านเราก็ใช้หัวแปลงเอา

สายดาต้าแบบ Lightning คบได้แค่ iOS เท่านั้น หมดสิทธิ์ยืมแอนดรอยด์มาใช้ ส่วนคุณภาพหายห่วงครับ ของแอปเปิ้ล แม้ปัจจุบันจะ QC ตกลงไปบ้างในบางล็อต แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นสินค้าที่คุณภาพสูงที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟน (ไม่นับ Virtu เครื่องละสองแสนกว่านะ)

20160411_183331

20160411_183324

หูฟังแบบ EarPod ที่คุ้นเคย (อีกแล้ว) ต้องชมเชยว่าการออกแบบของ Apple นั้นยอดเยี่ยมอมตะมาก หูฟังออกแบบทีเดียวใช้กันยาว ๆ หลายปีไม่มีเอ้าท์ คุณภาพเสียงก็ยังยืนอยู่ในระดับที่ไม่อายใคร เสียอย่างเดียวไม่มีซิลิโคนให้เปลี่ยนตามขนาดหูของเรา ไม่งั้นคงใส่สบายกว่านี้ (สำหรับผม)

20160411_183412

ที่จิ้มซิมหน้าตาเปี่ยนไป๋…..เฮ้ย อะไรเนี่ย

คือของ iPhone 6 กับ 6s มันไม่ใช่แบบนี้นะ ส่วน iPhone 5s ก็ทำหายไปแล้ว แต่จำได้ว่ามันไม่ใช่ลวดหนีบกระดาษแบบนี้ คือ เสียใจมาก

20160411_183443

อะ…เทียบกับลวดหนีบกระดาษบนโต๊ะทำงาน

ดูกันเอาเองละกันนะ มันก็ใช้งานได้หรอกนะ ไม่มีปัญหาอะไร แต่….แบบ….ขอสวย ๆ เหมือน iPhone 6s ได้ป่ะ

เอาเหอะ บ่นเล็กน้อยพอเป็นพิธี มาดูพระเอกของเรา iPhone SE สี Rose Gold กันดีวก่า

20160411_183730

ตัวเครื่องด้านนอกเหมือน iPhone 5s เป๊ะ ๆ เพียงแต่เพิ่มสีให้เราเลือกเท่านั้น ซึ่งการทำแบบนี้ทำได้เฉพาะไอโฟนเท่านั้นนะครับ หากแบรนด์อื่นทำนี่โดนด่าเปิดเปิงแน่นอนว่าเอารุ่นเก่ามาขายใหม่

ที่ Apple ทำแบบนี้ได้เพราะการออกแบบที่เรียกว่าสุดยอดแห่งความคลาสสิค ไม่เก่าไปตามกาลเวลาเหมือนแอนดรอยด์

ทว่าหน้าตาเหมือนเดิมก็จริง แต่ข้างในเค้าอัพเกรดยกเครื่องชุดใหญ่ พกความแรงมาเต็มกระเป๋าด้วยมันใช้หัวใจ ซีพียู A9+M9 แรง ๆ ของ iPhone 6s เทพตัวล่าสุดของเค้า พร้อมแรม 2 กิ๊ก ทำให้การใช้งานรวดเร็วปานจรวด ต่างกับ iPhone 5s อย่างสิ้นเชิง

และด้วยการใช้ไส้ในจาก iPhone 6s ทำให้เครื่องนี้รองรับการอัพเกรต่าง ๆ ในอนาคต….มีอายุไปได้อีกอย่างน้อย 3 ปี ถือว่าคุ้มค่าสำหรับคนที่ไม่เปลี่ยนโทรศัพท์บ่อย

ส่วนหน้าจอเป็นขนาดเดิม ความละเอียดเท่าเดิมคือ  640 x 1136 พิกเซล แต่เค้าเคลมว่าหน้าจอสว่างกว่าเดิม

อ้อ….ใครคิดว่าจะมีวอลเปเปอร์ปลากัดสวย ๆ เหมือน iPhone 6s เสียใจนะจ๊ะ เค้าไม่ให้จ้า อันนั้นเอ็กคลูซีฟเฉพาะ iPhone 6s เท่านั้น ^^!

20160411_183749

กล้องหลังจัดเต็ม!!!! ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมความสามารถในการถ่ายวีดิโอระดับ 4K ซึ่งเป็นกล้องชุดเดียวกับ iPhone 6s เช่นกัน ส่วนถ่ายมาจะสวยแค่ไหน ลองไปดู

พิสูจน์กล้อง Note Edge ปะทะ iPhone 6 Plus ใครเจ๋งกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน

20160411_183831

ดูกันชัด ๆ สี Rose Gold ในบอดี้ iPhone SE ร่างจำแลง iPhone 5s

ด้านหลังนอกจากสีที่แตกต่างแล้ว รุ่นใหม่จะมีอักษร SE ใต้คำว่า iPhone ให้รู้ว่าเป็นรุ่นใหม่ เผื่อใครซื้อสีดำ ทอง หรือ เงินมาใช้

สีชมพูบนโลหะด้าน สวยงาม คลาสสิค โดนใจตั้งแต่แรกพบ ตัวนี้บอกเลยว่าอ่านข่าวเปิดตัวครั้งแรกแอบ “เบะปาก” เฮ้ย แม่งเล่นง่ายไปป่าวว่ะ

แต่พอไปจับตัวจริงที่ญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน ใจกันละลายไปทันที บอกตัวเองพี่ต้องซื้อให้ได้…และพี่ก็ได้มาแล้ว ^^

20160411_183737

20160411_183741

ด้านข้าง ซ้าย-ขวา ตามมาตรฐาน ปุ่มปรับเพิ่ม-ลดเสียง และ ปุ่มปิดเสียง ส่วนอีกด้านเรียบ ๆ ไม่มีอะไรนอกจากช่องใส่ซิม

20160411_183755

ปุ่ม power ของเครื่องจอเล็กก็อยู่ด้านบนเหมือนเคย ไม่ต้องย้ายมาไว้ด้านข้างแล้ว นิ้วกดถนัดแน่นอน

20160411_183801

ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ไมโครโฟนสนทนาโทรศัพท์ ช่อง Lightning เอาไว้เสียบชาร์จ และ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB และ จบลงที่ลำโพงเสียงภายนอก

แหม….มันคลาสสิคจริง ๆ

20160411_183812

ปุ่ม Touch ID วงแหวนมี Rose Gold สวย ๆ แต่ดูผ่าน ๆ เหมือนวงแหวนสีทอง

ปุ่มกดรุ่นใหม่ แม่นยำ รวดเร็วกว่าพวกแอนดรอยด์เยอะครับ

20160411_183822

ด้านหน้ายังคงน่าอับอายกับกล้อง 1.2 ล้านพิกเซลจาก iPhone 6s ที่สู้พวกแอนดรอยด์ไม่ได้เลย…ถือเป็นจุดอ่อนที่ควรปรับปรุงอย่างแรง (ความเห็นส่วนตัวนะ)

20160411_183912

ซิมขนาด Nano SIM หรือ ขนาดเล็กที่สุด ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นขนาดมาตรฐานของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ไปหมดแล้ว

20160411_183717

ตอนแรกผมลังเลว่าจะเอา 16 กิ๊ก หรือ 64 กิ๊กดี

โจทย์ก็คือ ผมเอามาใช้เป็นเครื่องโทรศัพท์หลัก โดยพกคู่กับ Galaxy Note 5 ที่ใช้ทำงานทุกชนิด ดังนั้นเจ้า iPhone SE ใช้แค่โทรศัพท์ โอนเงิน เครื่องคิดเลข และ แอพฯ เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น กล้องก็ไปใช้ใน Note 5 ที่ถูกจริตกว่า

ดูราคาเครื่องหิ้วแล้ว ผมว่า 16 กิ๊ก เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด โดยวันที่ซื้อมาราคา 17,500 บาท (เครื่องฮ่องกง) เครื่องศูนย์ออกมาไม่น่าเกิน 16,000 บาท

แต่มอง 64 กิ๊ก ที่ราคาแรงทะลุไปยัน 22,800 บาท โดยผมเดาว่าเครื่องศูนย์ไม่น่าเกิน 19,000 บาท

ดูแล้วตัดสินใจเอา 16 กิ๊กมาใช้ จะได้พิสูจน์ให้เพื่อน ๆ ได้รู้ด้วยว่า 16 กิ๊กจะพอใช้งานหรือไม่ เปิดเครื่องออกมาตั้งค่าต่าง ๆ เสร็จ ยังไม่ลงแอพฯ ยังไม่ทำอะไรเลย เครื่องมีหน่วยความจำเหลือ 11.2 กิ๊ก

20160411_184952

จัดแจงลงแอพฯ ที่ใช้ประจำวันบนเครื่องนี้ไปพวก K-Mobile, SF Showtime, Facebook, Messengers, LINE, Pages, IG, Google Map, Google Translate และ SimpleNote

ตัวเครื่องเหลือเมมให้ใช้ 10.4 กิ๊ก

20160411_185014

พอลงอะไรไปครบแล้ว ตัวเครื่องมีการเตือนให้อัพเดทซอฟท์แวร์เป็น 9.3.1 หน่วยความจำก็ยังคงเหลือ 10.4 กิ๊กเท่าเดิม (เลยไม่ได้ถ่ายรูปเพิ่ม)

เอาไว้ใช้งานยาวกว่านี้อีกนิดจะมาแชร์ว่า 16 กิ๊กมันพอใช้หรือเปล่า คาดว่าจะมาบอกก่อนเครื่องศูนย์วางจำหน่ายนะครับ

20160411_184051

ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ iPhone 6s มีมาให้ครบครัน จะขาดก็แต่ Apple Pay

สำหรับเครื่อง 16 กิ๊กอย่างผม เมื่อเรามีเมมน้อย ก็จัดการปิด Live Photo ซะ จะได้ไม่กินเมมมาก เพราะฟีเจอร์นี้ ไอโฟน จะถ่ายรูปพร้อมกับถ่ายคลิปวีดิโอสั้น ๆ ไว้คู่กัน ดูก็เจ๋งดีหรอก แต่เมมหนูไม่พอ O_o*

20160411_183847

โดยรวมมันคือ iPhone 6s ที่ยัดลงในบอดี้รุ่นเก่าอย่าง iPhone 5s แล้วปรับสีนิดหน่อยนั่นแหละครับ สิ่งที่แตกต่างจาก iPhone 6s คือ

  1. ไม่มีหน้าจอที่กดแรง ๆ แล้วเรียกอีกคำสั่ง / Force Touch
  2. แบตฯ น้อยกว่า 6s
  3. ไม่มี Apple Pay
  4. หนักกว่า iPhone 5s อยู่ 1 กรัม แบตเตอรี่เยอะกว่านิดนึง

สำหรับคนใช้ iPhone 6 / 6s แล้วชอบอยู่แล้ว เจ้า SE ไม่ตอบโจทย์คุณแน่นอน เพราะดูเวปก็เล็ก อ่านเมลล์ก็ตาเข เล่นเฟสยยิ่งแล้วใหญ่

แต่หากคุณใช้ iPhone 5 / 5s อยู่ อยากอัพเครื่องใหม่ให้แรง เร็ว กล้องชัดระดับเรือธงของแอปเปิ้ล บอกเลย iPhone SE โคตรตอบโจทย์

ส่วนตัวผมชอบบอดี้ iPhone 5s อยู่แล้ว พอมีสีชมพูเลยยิ่งโดนใจ รีวิวนี้เลยออกแนวเข้าข้าง ชมมากกว่าด่า ที่สำคัญผมพกมือถือ 2 เครื่อง มีเครื่องหน้าจอใหญ่แล้ว การใช้หน้าจอเล็ก 4 นิ้ว เบา ๆ ของ iPhone SE จึงตอบโจทย์ชีวิตในช่วงนี้พอดี ได้ฤกษ์เก็บ Galaxy Folder ลงกล่อง

นิทานรีวิวแกะกล่อง ลองเล่น Samsung Galaxy Folder แอนดรอยด์ฝาพับแนว Retro

20160411_183838

ราคาในต่างประเทศ

  • ราคาอเมริกา 399 และ 499 เหรียญสหรัฐ ยังไม่รวมภาษีแต่ละรัฐ
  • ราคาฮ่องกง 3,488 และ 4,288 เหรียญฮ่องกง ยังไม่รวมภาษี
  • ราคาญี่ปุ่น 52,800 และ 64,800 เยน ยังไม่รวมภาษี

กระแสตัวนี้ไม่ได้แรงมากเหมือน iPhone 6s สำหรับที่ญี่ปุ่นไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องจองหน้าเวปเหมือน iPhone 6 หรือ 6s เดินเข้าไปซื้อได้เลย

อารมณ์เหมือน iPhone 5c สมัยสองสามปีที่แล้ว เพราะม้นไม่ใช่ตัวที่เค้าเน้นทำตลาดตูมตาม แต่หากเจาะตลาดคนอยากได้จอเล็ก สเปคแรง ราคาแพงกว่ามือถือจอ 4 นิ้วทั่วไปในตลาด เหมาะสำหรับคนชอบไอโฟน อยากได้จอเล็ก ๆ เครื่องเบา ๆ พกพาสะดวก ใช้งานง่าย

คนที่คิดจะหิ้วจากนอกไม่รอเครื่องศูนย์ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ซื้อที่อเมริกาแบบไม่ติดสัญญาถูกที่สุด รองลงมาคือ ฮ่องกง ส่วน ญี่ปุ่นแหล่งยอดฮิตติดที่ตอนนี้เงินเค้าแข็งเกินไป ซื้ออะไรไม่ได้เลย

ใครมีแผนจะบินไปซื้อไอโฟนที่ญี่ปุ่นนี่……พี่บอกเลยอย่าเสียเวลา

เตรียมพบกับรีวิว iPhone SE ตอนอื่น ๆ เร็ว ๆ นี้ครับ ตอนนี้ขอตัวพาครอบครัวไปเที่ยวก่อนนะ ใครเจอพี่อาร์ตที่โอซากา และ โตเกียว ทักได้ไม่กัด….แฮ่ ^^

อย่าลืมอ่าน

รีวิวกล้อง iPhone SE ฉบับกินแหลกกกกกก รูปเยอะนะพี่บอกเลย

ไขข้อข้องใจจะซื้อ iPhone SE หรือ 5s หรือ 6s ดี….ที่นี่มีคำตอบ

ขอให้มีความสุข สนุกกับชีวิต LifeStyle IT ครับ

_________________________________________________________________

xenonart80x80

หากเพื่อน ๆ ชอบเรื่องกิน เที่ยว และ รีวิวของผมที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอวย

ฝากเพื่อน ๆ กด LIKE Facebook Fanpage ของผมเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

http://www.facebook.com/xenonartpage

Facebook-Like

Comments

comments

About the author

xenon_art

บล็อคเกอร์กวน ๆ อารมณ์ดี ขี้บ่นบ้างอะไรบ้าง ชอบเขียนเรื่องสมาร์ทโฟน กิน เที่ยว และ ของเล่น เขียนบทความเป็นงานอดิเรก

twitter: @xenon_art
Instagram: xenon_art

%d bloggers like this: