hongkong

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ที่น่ารัก วันนี้ xenon_art ของแนะนำ 10 ข้อควรรู้ในการเตรียมตัวไป ฮ่องกง แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ผมพยายามรวบรวมลิ้งค์ และ ข้อมูลที่จำเป็นมาไว้ในที่เดียวกันจะได้อ้างอิงง่ายขึ้น โดยจะคอยอัพเดทเรื่อย ๆ โดยจะเน้นแต่ส่วนที่เป็นการเตรียมตัว และ ข้อมูลจำเป็นที่ต้องรู้ก่อนไปเที่ยวอ้างอิงจากประสบกาณ์ส่วนตัว ดังนั้นบางอย่างอาจไม่ตรงใจใคร หรือ บางอย่างอาจตามใจผมมากเกินไป O_o%

การเตรียมตัวไปเที่ยว ฮ่องกง นั้นง่าย ๆ สบาย ๆ เพราะบินประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น โดยสายการบินมีให้เลือกมากมาย มีโปรเยอะแยะตามแต่ช่วงของปี ส่วนมากผมเลือกใช้สายการบิน Emirates

1 อัตราแลกเปลี่ยน 

HK_exchange

ฮ่องกงใช้เงินสกุล HK$ หรือ ฮ่องกงดอลล่าห์ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 เหรียญฮ่องกง = 4.5 บาท

ก่อนเดินทางไปฮ่องกงแนะนำว่าควรจะเช็คให้ดี ๆ ว่าแลกที่ไหนถูกสุด คุ้มสุด เพราะหากเราใช้เยอะส่วนต่างก็จะเยอะไปด้วย และ สำหรับคนที่คิดจะไปรูดการ์ดที่โน่น อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกบวกเข้าไปเล็กน้อย

ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญ  = 4.50 บาท

เมื่อรูดการ์ด ตอนเค้ามาเรียกเก็บจะแพงขึ้น โดย อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญ = 4.60 – 4.65 บาท

ลิ้งค์สำหรับเช็คอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่าง ๆ

กรณีไปแล้วเงินหมด ไม่สะดวกรูดการ์ด หากมี ATM แบบใหม่ที่เป็น Visa หรือ แบบ Global ATM สามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ที่ฮ่องกงได้ทันที ทุกตู้มีเมนูภาษาอังกฤษครบ ๆ ไม่ต้องเป็นห่วง และ หากกดไม่ได้เค้าก็ไม่ได้ยึดบัตรแต่อย่างใด

ผมใช้ กสิกร ATM/Visa ที่โดนบังคับทำ สามารถกดได้ทุกตู้แต่อัตราแลกเปลี่ยนจะแพงกว่าแลกเงินสดประมาณ 10 สตางค์

2 สภาพอากาศ

HKWeather

เป็นข้อมูลสำคัญอีกอย่างหนึ่งกับการเดินทาง ไม่ว่าจะไปประเทศใดก็ตาม เพราะมันเป็นตัวชี้วัด “แฟชั่น” ของเรากันเลยทีเดียว

การเลือกเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศทั้งสิ้น คงไม่มีใครเอารองเท้าแพง ๆ ไปใส่เดินตอนหน้าฝนหรอกนะ…อย่างน้อยผมก็คนนึงหล่ะ

แนะนำเวปเช็คอากาศแม่น เป๊ะ เพราะเป็นกรมอุตุของฮ่องกงเอง

http://www.weather.gov.hk/wxinfo/currwx/fnd.htm

 

3 เลือกเสื้อผ้า – เค้าแต่งตัวกันยังไง

ฮ่องกง เป็นเมืองแฟชั่น เป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองในเอเชียเหมือนเรา ดังนั้นการแต่งตัวไม่ค่อยต่างจากบ้านเรามากสำหรับหน้าร้อน และ หน้าฝน แต่พอถึงหน้าหนาวเค้าจะแต่งตัวดีกว่าบ้านเรา สาว ๆ จัดเต็มกันด้วยบู๊ต มินิเสกิร์ต พร้อมเลกกิ้ง กับเสื้อโค๊ตขนสัตว์ หนุ่ม ๆ ก็จะเป็นสูทพร้อมโค๊ตประดับปกด้วยขนสัตว์

สำหรับผมแล้วการไปฮ่องกง เป็นกิจกรรมสบาย ๆ ง่าย ๆ การจัดเสื้อผ้าจัดเหมือนที่ใส่อยู่ในประเทศไทย แน่นอนว่าต้องมีชุดที่เข้ากับตารางท่องเที่ยวด้วย เช่น หากมีแผนไป ดิสนีย์แลนด์ ในหน้าร้อน ก็ควรใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น และ รองเท้ากีฬาเก๋ ๆ สักคู่

ส่วนวันเดินเล่นในเมืองอื่น ๆ ก็แต่งตัวเหมือนอยู่ไทยนั่นแหละ โดยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ส่วนคุณผู้หญิงถ้าไม่แน่จริง รองเท้าส้นสูงห้ามเด็ดขาด เลือกรองเท้าเดินสบาย แต่เก๋ ๆ สวย ๆ ไปเดินเชิดที่โน้นชิลด์ ๆ

ความผิดพลาดง่าย ๆ ที่เห็นบ่อย ๆ – หลาย ๆ คนบอกว่าไปต่างประเทศให้เลือกรองเท้าที่ใส่สบายเดินง่าย ผมจึงมักจะเห็นคณะเดินทางที่ “พลาด” ด้วยการใส่รองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้ากีฬา กับชุดกระโปรง หรือ เกงเกงแบบไม่เข้ากัน เชื่อหรือไม่ผมเคยเจอคณะหนึ่ง ใส่ผ้าซิ่นมาเต็มยศอย่างสวย แต่ใส่รองเท้ากีฬา ^^! และ ส่วนมากคนกลุ่มนี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีอายุแล้วทั้งนั้น ต้องจับลูก ๆ มาตีก้นซะให้เข็ดโทษฐานไม่ดูแลพ่อ – แม่

หากคุณเป็นผู้สูงอายุการใส่รองเท้ากีฬาไปเที่ยวเหมาะสมที่สุดเพื่อรักษาเข่าอันมีค่า ทว่าบอบบาง เพียงแต่ต้องหาเสื้อผ้าที่เเหมาะสมกับรองเท้าผ้าใบ เช่น เสื้อยืด กับเกงเกงยีนส์ หรือ เกงเกงวอร์มไปเลย ไม่ใช่ใส่กระโปรงผ้าไหมกับรองเท้าผ้าใบ

IMG_0659

ตัวอย่างที่ดีในการใส่รองเท้าผ้าใบให้เข้ากับชุดแบบผู้ใหญ่แต่ดูดี ไม่เว่อร์ สำหรับพ่อ-แม่ของเรา เวอร์ชั่นหน้าหนาว (ขอปิดหน้าคุณแม่ผมไว้หน่อยนะจ๊ะ กลัวดัง)

อีกความผิดพลาดนึง คือ ความคิดว่า “ไปเมืองนอกต้องหนาว” ผมเคยเจอคณะทัวร์ที่ฮ่องกง ใส่รองเท้าบู๊ต คลุมด้วยแจ๊คเก็ตอลังการ บางคนมีผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่อย่างเทพ เอ่อ แต่……เจ๊ครับ ตอนนี้มันหน้าร้อนนะ ระวังเป็นลม!

IMG_0208

ตัวอย่างเวอร์ชั่นหน้าร้อน ที่ใส่ไปแล้วเหมือนคนพื้นที่

IMG_5797

ตัวอย่างเวอร์ชั่นหน้าหนาวที่แอบ “เยอะ” แต่ก็กลมกลืนกับคนที่โน่น

ดังนั้นการแต่ตัวให้เข้ากับอากาศจึงสำคัญมาก และ เป็นสิ่งที่คนที่ไม่ค่อยได้บิน มักจะพลาดอยู่เสมอ ๆ ผมเองเวลาไปประเทศที่ไม่คุ้นเคยก็มีอาการ “พลาด” มาแล้วเหมือนกัน

4 กระเป๋าสะพาย หรือ ถุงยังชีพ

มีความเชื่อผิด ๆ ถึงการไปต่างประเทศว่า กระเป๋าสะพาย โดยเฉพาะกระเป๋าเป้ เป็นเสมือน “ถุงยังชีพ” ที่ต้องมีอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ไม่ว่ายารักษาโรค น้ำดื่ม อาหารแห้ง ลูกอม กระดาษทิชชู่ ปากกา และ สารพัด

ถ้าหากท่านจะไปเดินป่าก็โอเค แต่นี่มัน ฮ่องกง นะคร้าบบบบบ

ไม่ได้ต่างอะไรกับกรุงเทพเท่าไหร่นัก 7-11 มีให้เห็นทุกมุมเมือง อาหารการกินสะดวก ห้องน้ำมีทุกห้าง สะอาดกว่าบ้านเราอีก สบายหายห่วง

IMG_0220

ผมมักจะใช้กระเป๋าสะพายข้าง โดยพาดมาด้านหน้า หรือ กระเป๋าคาดอกเก๋ ๆ สักใบ โดยสิ่งที่ผมมักจะพกในกระเป๋ามีดังนี้

  • กล้องถ่ายรูป – คงไม่ต้องบอกนะว่าเอาไว้ทำอะไร
  • กระดาษเปียก หรือ baby wipe – เอาไว้เช็ดมือ เช็ดปาก ตอนกินขนมข้างถนน
  • แบตสำรอง หรือ Power Bank – เผื่อแบตมือถือหมด
  • แผนที่ฮ่องกงฉบับที่หยิบจากสนามบิน – เอาไว้ขึ้นแท๊กซี่แล้วเค้าฟังสำเนียงอังกฤษเราไม่ออก จะได้ชี้ให้ดู ไม่ไปผิดที่แน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้ชีวิตใน ฮ่องกง อย่างไร หากเน้นเดินในห้าง ไปในที่ ๆ เป็นแหล่งช็อปปิ้งชิลด์ ๆ ก็เดินตัวเปล่าออกจากโรงแรม ขากลับค่อยหิ้วถุงพะรุงพะรัง

หากคุณไปมันทุกที่แบบผม เดินข้างถนนบ้าง กินข้างถนนบ้าง เข้าห้างบ้าง กระเป๋าเล็ก ๆ เบา ๆ สำหรับใส่ของจิปาถะสักใบจะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น เพราะการกินของข้างถนนแล้วไม่มีกระดาษ มันสร้างความหงุดหงิดได้พอสมควร

ที่แน่ ๆ ช่วงนี้ห้ามเด็ดขาดคือ กระเป๋าคาดเอว….มันเอ้าท์แล้ว!

5 เปิด Data Roaming 

แน่นอนว่าพวกเราคงต้องพกสมาร์ทโฟนไปเล่นที่เมืองนอกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเช็คเฟส ทวิตเตอร์ แชร์รูป และ แชต รวมถึง IG ด้วย ดังนั้นการเปิดบริการ ดาต้า หรือ เปิดเล่นเน็ตในต่างประเทศสำคัญมาก โดยหากคุณมีซิมเดียว ก็คงไม่ต้องเลือกอะไรมาก เปิดบริการตามนั้นไป

แต่หากคุณมีหลายซิม สามารถเลือกเปิดแพคเกจเพียงซิมเดียวจากแพคเกจที่ถูกใจที่สุด หรือ สะดวกกับเราที่สุด

ยกตัวอย่างผมมี 3 ซิม….ก็โอนสายอีก 2 ซิมไปยังซิมที่จะพกไปใช้ จากนั้นเปิดบริการเล่นเน็ตในต่างประเทศเพียงซิมเดียว โดยจะเน้นที่เครือข่ายที่รองรับมากกว่าราคา ซึ่งส่วนมากจะตกอยู่กับ AIS เพราะมักจะผูกกับเครือข่ายที่แรงที่สุดของประเทศนั้น ๆ แต่ราคาแอบแพงกว่า TrueMove H เล็กน้อย ซึ่งผมรับได้ โดยทั้ง 2 ค่ายเป็นแพคแบบ Unlimited สบายใจ ส่วน Dtac ไม่เคยใช้เลยเพราะไม่มีแบบ Unlimited

จากประสบการณ์การใช้งาน บอกได้แบบไม่ได้ลำเอียงว่า ชอบใช้ AIS มากกว่าเพราะเป็นเซเรเนท มีปัญหาโทรกลับมาให้เค้าจัดการได้ หรือ ผิดพลาดประการใดเค้าสามารถช่วยค่าเน็ตได้ ส่วน TrueMove H นั้นใช้แบบกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะเคยโดนมาแล้วกับ xenon_art โชว์โง่ โดนค่าเน็ตต่างประเทศ 5,000 บาท และ ยิ่งเป็นแบบไม่ต้องโทรไปสมัคร ใช้ได้อัตโนมัติ บางทีบิลมาก็ไม่ชัดเจนเหมือนกันนะ

ว่าแล้วมาดูราคาแพคเกจแต่ละค่าย อัพเดท ณ. วันที่ 21 กันยายน 2556

AIS 3G 2100

โทรไป Call center 1175 หรือ 1148 (เซเรเนท) สมัครแพคเกจที่ต้องการ โดยระบุวันที่เราเดินทาง ซึ่งมีให้เลือก 1, 3 และ 5 วัน

กรณีลืมเปิดแพคเกจ แล้วนึกขึ้นได้ในต่างประเทศ แนะนำให้โทรกลับไทยมาเปิดที่เบอร์ +6622719000 หรือ กดรหัสเปิดแพคง่าย ๆ กด *111# แล้วโทรออก ระบบจะส่ง SMS รายการแพคเกจพร้อมรหัสให้เรากดกลับไป จากนั้นให้เรากด *รหัสแพคเกจที่ต้องการ# แล้วโทรออก รอ SMS ยืนยัน อีกครั้ง ก็ใช้งานได้เลย

*** ข้อควรระวัง ต้องเลือกเครือข่ายเป็นแบบ Manual แล้วเลือก CSL มิฉะนั้นจะถือว่าไม่อยู่ในแพคเกจ โดนคิดเป็นเมกแน่ ๆ ***

ais_dataHK

ais_data_HK

รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/16m865S

TrueMove H

โทรไปสมัครเปิดบริการ Data Roaming เพียงครั้งเดียวกับ Call Center 1331 เพียงครั้งเดียว ต่อจากน้้นจะเดินทางไปต่างประเทศก็ไม่ต้องโทรไปเปิดแพคเกจทุกครั้งไป เพียงแต่เลือกเครือข่ายใช้งานให้ถูกตามที่เค้ากำหนด

ฮ่องกง เลือกตามแผนภาพด้านล่างเลย โดยปกติ CSL กับ 3 จะแรงสุด

วิธีคิดเงิน คิดเป็นเมก เมกละ 80 บาท แต่ใช้ไปเกิน 333 บาท จะปรับเป็น Unlimited อัตโนมัติ

*** ข้อควรระวัง ให้เลือกเครือข่ายเป็นแบบ Manual เพราะการคิด 333 บาทนั้น คิดค่าบริการต่อเครือข่าย ต่อวัน หากใน 1 วันใช้ 2 เครือข่าย จะถูกคิดเงิน 2 ครั้ง คือ 666 บาท ***

TrueH_HK trueH_HK_Carrier

รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/11fjfZG

Dtac

ณ. วันที่เขียนบทความนี้ เวป Dtac ไม่สามารถเข้าไปดู และ จัดรูปมาให้ชมได้ ไม่รู้ว่าล่มหรืออย่างไร แต่ราคาของดีแทค ต้องบอกว่า “ห่วย” ที่สุด เพราะเป็นเจ้าเดียวที่ไม่มีแพค Unlimited ราคาเริ่มต้นถ้าจำไม่ผิด 350 บาท 50 เมก อะไรประมาณนี้

ถ้าเป็นลูกค้าดีแทค และ ไม่มีตัวเลือกในการใช้ซิมอื่นไปต่างประเทศ คงต้องก้มหน้าจ่ายไปตามนั้นครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/XnTdyG

6 ปลั๊กไฟ

Hong_Kong_ac_plug

แน่นอนว่าคนสายไอทีอย่างพวกเราสายชาร์ตแบตต่าง ๆ คงต้องพกกันไปมากมาย ไม่ว่าจะชาร์ตสมาร์ทโฟน ชาร์ตกล้อง ชาร์ตแท๊ปเล็ต และ อีกมากมาย

ที่ฮ่องกงเค้าใช้ระบบไฟไม่เหมือนบ้านเรา โดยจะเป็นแบบ 3 ขาเหลี่ยม แต่กระแสไฟแบบ 220 โวลท์เช่นเดียวกัน ดังนั้นให้หัวแปลงธรรมดาก็สามารถใช้งานได้ทันที

Bs1363-non-earthed-plug

ใครไปนอนโรงแรมก็หมดห่วงเพราะที่โน่นเค้ามักจะมีหัวแปลงให้ยืมเสมอ โดยโทรไปที่ front desk หรือ House Keeping บอกว่า “Please send me adaptor” หรือ “พลีส เซ้น มี อะเด็ปเตอร์”

ข้อมูลเพิ่มเติมปลั๊กไฟทั่วโลกดูได้ที่ http://electricaloutlet.org/

7 แอพแนะนำ

แอพที่เกี่ยวกับ ฮ่องกง มีมากมาย ผมลองมาแล้วกว่า 20 แอพ แต่ถึงเวลาจริง ๆ ก็ใช้อยู่ไม่กี่แอพ โดยแอพที่ใช้ง่ายควรมีติดเครื่องจริง ๆ ดังนี้

Google Map

เอาไว้ดูตอนจะหลงทาง หรือ ค้นหาสถานที่ ซึ่งถ้าใช้แอนดรอย์ก็มีอยู่แล้ว หากเป็นระบบอื่น ๆ แนะนำให้ดาวโหลดจากไทยไปก่อนเลย และ ถ้าเราค้นหาข้อมูลอะไรไว้สามารถปักหมุดเซฟเก็บไว้ได้

Trip Advisor

IMG_20130921_135911

แอพคู่มือการท่องเที่ยวที่สะดวก แถมสามารถใช้ GPS เพื่อบอกเราได้ว่าแถวนี้มีอะไรบ้างทั้งสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงร้านอาหาร แอพนี้มีทั้งบน Android, iOS, Windows Phone และ Blackberry

MTR Tourist

 

IMG_2061 IMG_2062

 

แอพนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเพราะจะช่วยเราหาเส้นทางรถไฟที่เหมาะสมให้เรา เพียงแค่กรอกต้นทาง และ ปลายทางที่ต้องการไปเท่านั้น

เมื่อกดค้นหาระบบจะคำนวณเส้นทาง สถานที่ที่ต้องเปลี่ยนขบวน (ถ้ามี) และ เวลาในการเดินทางแต่ละช่วงมาหให้เสร็จ

MTR Mobile

IMG_2063  IMG_2064

เมื่อได้เส้นทางแจกแอพ MTR Tourist แล้ว ปัญหาต่อมาที่พบบ่อยคือ ไม่รู้ว่าตึก หรือ ห้างที่เราจะไปออกประตูไหน แอพ MTR Mobile ช่วยได้ โดยมีตารางบอกเรียงลำดับตามตัวอักษรไว้เรียบร้อย หรือ จะใช้ช่องค้นหาก็ยังไหว เรียกว่าเป็นแอพที่มีประโยชน์มาก ๆ

 

Open Rice

openrcie

เป็นแอพที่ดึงข้อมูลมาจากเวปไซท์ Opern Rice Hong Kong ซึ่งเป็นแอพภาษาจีน แนะนำร้านอาหารโดยคนสามารถเข้าไปแนะนำ และ ให้ดาวร้านอร่อยได้ ทำให้มีความเป็นกลางพอสมควร กระนั้นก็ตาม บางทีอ่านความเห็นของคนที่นี่แล้วก็มึน ๆ เหมือนกัน เห็นไม่ตรงกันเยอะ ร้านเดียวกันบางคนอวยออกนอกหน้า บางคนด่าอย่างเดียว สรุปตอนนี้ผมไม่ได้ใช้แอพนี้แล้ว แต่ก็ยังคงแนะนำเพื่อน ๆ ให้ลองดูเป็นประสบการณ์

8 เตรียมแผนที่ – ข้อมูลให้พร้อม

tsim-sha-tsui-food

คนไอทีอย่างเราจะไปเที่ยวทั้งทีต้องไฮเทคกันหน่อย ไม่ว่าจะเป็นแอพดี ๆ ติดเครื่องไว้ดังที่กล่าวไปแล้ว เรายังสามารถใช้ สมาร์ทโฟนของเราได้มากกว่านั้นแบบง่าย ๆ ดังนี้

  • ไปกูเกิ้ล หรือ หาข้อมูลสถานที่ที่อยากไป แล้วเซฟภาพเก็บไว้ ไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอพ หรือ โหลดแผนที่ที่โน่น เร็ว และ ประหยัด
  • ย่อแผนที่ฮ่องกงลงมือถือ โดยผมย่อไว้แล้วเพื่อน ๆ สามารถโหลดไปเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนแล้วใช้งานได้ทันที โหลดได้จากบทความ แจกแผนที่ ฮ่องกง แบ่งตามพื้นที่เหมาะกับการดูบนมือถือ

บทความน่าสนใจ

อยากตามรอย xenon_art พาชิม ไปเสพ กินฮ่องกง: ลายแทงของอร่อยที่ฮ่องกง ย่านถนน Canton

9 เช็คอิน Online

อีกสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คน “พลาด” บ่อย ๆ คือ การเช็คอิน โดยส่วนมากจะชินกับการไปสนามบินก่อน 2 – 3 ชั่วโมงเพื่อไปต่อแถวเช็คอินกระเป๋า และ รับบัตรโดยสาร (Boarding Pass) รวมถึงการจัดที่นั่งให้ได้ดังใจ ทำเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ

25560630-124735

การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน – รู้หรือไม่ว่าเมื่อเราซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว สามารถให้ตัวแทนออกตัวจัดการเลือกที่นั่งให้เราได้เลยตามแผนผังที่นั่งบนเครื่องบิน เหมือนการซื้อตั๋วหนังเลย จะนั่งตรงปีก นั่งตรงหาง เอาทางเดินหรือหน้าต่าง จัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนจ่ายเงินค่าตั๋ว

เช็คอินจากบ้าน – หลาย ๆ สายการบินมีบริการ  Online Check-in โดยเปิดให้เช็คอินผ่านเวปล่วงหน้า 24 ชั่วโมง เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยเค้าจะมีตั๋วให้เราปริ๊น หรือ ส่งเมลล์หาเรา พอถึงสนามบินก็มักจะมีช่องทางพิเศษสำหรับผู้ที่เช็คอินออนไลน์มาแล้ว ส่วนมากแถมนี้จะสั้นมาก ๆ ด้วย

10 เลือกวิธีเดินทางเข้าเมืองจากสนามบิน

IMG_0126

สำหรับคนที่ไม่เคยมา หรือ ไม่ค่อยได้มา พอมาเครื่องลงที่ฮ่องกงแล้วมักจะ “มึน” “งง” กับการตัดสินใจครั้งแรกหลังนั่งเครื่อง 3 ชั่วโมง คือ จะไปโรงแรมยังไง?

การเดินทางเข้าเมือง มีทางเลือกในการเข้าเมืองหลายวิธีมากมาย แต่ที่แนะนำจริง ๆ มี 2 วิธี ดังนี้

1 เช่ารถ ลีมูซีน โดยที่ผมใช้ประจำก็จะเป็นรถตู้ Alphard นั่งได้ 7 คน แต่ถ้ากระเป๋าใบใหญ่มาก ๆ ก็นั่งไม่พอ บางทีก็นั่งรถเก๋งซึ่งเป็น Benz S-Class โดยทั้ง 2 แบบราคาพอ ๆ กันคือ 660 เหรียญฮ่องกง หรือ ประมาณ 3 พันบาท สะดวก ง่าย หรูหรา นั่งตรงถึงโรงแรมฝั่งเกาลูนได้เลย เหมาะสำหรับคนเดินทางพร้อมผู้ใหญ่ หรือ เด็กเล็ก และคิดว่าจ่ายเงินซื้อความสะดวกตรงนี้ได้

ข้อเสีย – ถ้ารถติดจะใช้เวลานานพอสมควร ส่วนเรื่องแพง ไม่แพง ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของแต่ละคน

2 รถไฟ Airport Express เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าเมือง เพราะสะดวก รวดเร็ว นั่งจากสนามบินไปถึงเกาลูน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที รถติดแค่ไหนก็ไม่หวั่นราคาก็กำลังดี ประมาณ ร้อยเหรียญต่อเที่ยว ถ้าซื้อตั๋วแบบ ไป- กลับ จะถูกลง และ ถ้าซื้อตั๋วแบบไป – กลับ เป็นคู่ก็จะถูกลงไปอีก ส่วนราคาต้องเช็คอีกครั้งหนึ่งตามช่วงที่ไป แต่ส่วนมากไม่เกิน 200 เหรียญ

เมื่อนั่งถึงสถานีที่ต้องการแล้ว จะมีป้ายชี้ไป Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถบัสฟรีบริการส่งถึงโรงแรมตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ ถ้าโรงแรมที่เราพัก ไม่มีอยู่ในรายการสามารถบอกพนักงานได้ว่าเราพักโงแรมไหน เค้าจะแนะนำให้นั่งไปลงโรงแรมใกล้ ๆ เพื่อเดินต่อไปอีกนิดหน่อย

IMG_0135

ที่สำคัญขากลับเราสามารถใช้บริการ City Check-in เพื่อเช็คอินกับสายการบิน ส่งมอบกระเป๋า และ รับบัตรที่นั่ง (Boarding Pass) ได้เลย โดยไม่ต้องไปทำอีกครั้งที่สนามบิน ทำให้หมดกังวลเรื่องไปสนามบินไม่ทัน โดยผมมักจะเช็คอินก่อน แล้วเดินเล่น กินข้าว ซื้อของต่อจนได้เวลาสัก 2 ชั่วโมงก่อนเวลาขึ้นเครื่องค่อยขึ้นรถไฟไปสนามบิน

โดยเฉพาะคนที่พักฝั่งเกาลูน สถานที Kowloon Airport Express Station อยู่ที่ Element Place ซึ่งเป็นห้างที่มาเปิดคร่อมสถานีรถไฟ มีร้านอาหารเทพ ๆ มากมาย พร้อมด้วยแหล่งช๊อปปิ้งให้ทิ้งท้ายก่อนกลับ

หากใครไม่มีอะไรทำ และ ใช้บริการสายการบิน Emirates แนะนำมื้อเย็นก่อนขึ้นเครื่องรอบดึกกับร้านอาหารสุดเทพ xenon_art พาชิม: Chinese Kitchen ร้านโปรดของผมมาเปิดสาขาหน้าทางขึ้นเครื่อง Gate 64 ที่ฮ่องกงแล้ว

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่วางแผนไป ฮ่องกง นะครับ ใครมีเทคนิค คำแนะนำอื่น ๆ สามารถแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่

สำหรับคนที่จะเดินทางพร้อมเด็กเล็ก แนะนำ

บทความอื่น ๆ ทั้งกิน ทั้งเที่ยว เช็คได้ที่นี่เลย

ขอให้สนุกกับการไปท่องเที่ยวครับ

________________________________________________________________

xenonart80x80

หากเพื่อน ๆ ชอบเรื่องกิน เที่ยว และ รีวิวของผมที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอวย ฝากเพื่อน ๆ กด LIKE FacebookFanpage ของผมเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

Facebook-Like

Comments

comments

About the author

xenon_art

บล็อคเกอร์กวน ๆ อารมณ์ดี ขี้บ่นบ้างอะไรบ้าง ชอบเขียนเรื่องสมาร์ทโฟน กิน เที่ยว และ ของเล่น เขียนบทความเป็นงานอดิเรก

twitter: @xenon_art
Instagram: xenon_art

13 Comments

  • ผมพลาดเรื่องกระเป๋าคับ ใช้เป้ใบใหญ่ซื้อของใส่เป้ ของตัวเองมีนิดเดียวนอกนั้นของเพื่อนหมดเลย หนักคนเดียว พลาดจริงๆ

  • ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้เยอะ และละเอียดมาก ๆ เลยค่ะ

    • ยินดีครับ ขอให้เทึ่ยวสนุกนะครับ

  • จะไปฮ่องกงเอง เดือนตุลา 57 ครับ หาข้อมูลเยอะ กลัวเรื่องขึ้นเครื่องไม่ทันครับ พักที่ จิมซ่าจุ้ย แล้วแฟนอยากไปมาเก๊าด้วย ไปแค่ 3วัน 2คืน กลัวไม่ทันครับ แต่ก็แอบกล้าเล็กๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

    • ไปมาเก๊าต้อง 1 วัน หรือ รีบ ๆ สามารถออกแต่เช้า แล้วเร่งเที่ยวให้เสร็จกลับมาฮ่องกงได้ประมาณบ่าย 3 ครับ แต่เวลาเที่ยวในฮ่องกงจะหายไปเยอะเลย

  • ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลย

    • ยินดีเสมอครับ มีคำถามโพสถามได้ที่นี่ และ ที่หน้าแฟนเพจนะครับ

  • ที่สนามบินhkมีจุดรับฝากกระเป๋ามั้ยค่ะ คือบินตรงจากเชียงใหม่ถึงเที่ยงคืน กะจะนอนรอเช้าแล้วไปนองปิงที่เดียวจะได้ไม่เสียเวลาตีไปตีกลับ. รึมีที่พักใกล้ๆสนามบินรอบดึกราคาประหยัดแนะนำมั้ย แอบงกค่ะ^^

  • ว่าจะไปกับสามีเดือนไหนควรจะไปยังไม่เคยไปฮ่องกงกันเลยและโรงแรมไหนควรจะใช้รถอะไรเดินทางแบบไหนพอถึงฮ่องกงแล้วคะแนะนำหน่อยคะ

    • ถ้ายังไม่มีลูกไปช่วงไหนก็ได้เพราะฮ่องกงเที่ยวได้ตลอดปี
      ช่วงหน้าร้อนเมษา พฤษภา อากาศประมาณ 30 ไม่ร้อนมาก ราคากลาง ๆ
      ช่วงหน้าฝน ฝนตกเดินเที่ยวยากนิดนึง แต่โรงแรมถูก แถมเป็นช่วง Sale ลดราคากันทั้งเกาะ (ช่วงเดียวกับประเทศไทย ราคาพอ ๆ กัน)
      ช่วงสิ้นปี อากาศเย็นสบาย แต่งตัวสวย แต่แพงโรงแรมกว่าปกติ 20%

      โรงแรมขึ้นอยู่กับงบประมาณครับ ลองตั้งงบดูครับว่าค่าโรงแรมคิดไว้ในใจเท่าไหร่ 5,000 8,000 หรือ 10,000 จะได้แนะนำถูกครับ

ปิดโหมดสีเทา
%d bloggers like this: