IMG_7983

ดองเค็มมาร่วมเดือน กลับมาต่อกันอีกครั้งกับ xenon_art ตะลุยเมกา ซึ่งเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนที่ 4 ซึ่งผมจะบินเดี่ยวเที่ยว นิวยอร์ค ศูนย์กลางความยิ่งใหญ๋แห่งหนึ่งของประเทศมหาอำนาจที่มีเทพีเสรีภาพเป็นเอกลักษณ์ของเมือง

ความเดิมตอนที่แล้ว

xenon_art ตะลุยอเมริกา ตอนที่ 1 ทำใบขับขี่สากล + เช่ารถ

xenon_art ตะลุยอเมกา ตอนที่ 2 ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง USA แบบใหม่ง่ายกว่าเดิม

xenon_art ตะลุยอเมริกา ตอนที่ 3 เที่ยวออแลนโด ช็อป Outlet ราคาถูก

งานนี้มาเที่ยวนิวยอร์คคนแเดียวแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะจริง ๆ “ไอ้น้องรัก” ที่ “คิดว่า” จะมาด้วยกันชวนให้มาลุยนิวยอร์คกัน เราก็โอเคร ได้เลย พอจองตั๋วเสร็จ “ไอ้น้องรัก” โทรมาบอกว่า…..โทษทีพี่ ผมไม่ไปแล้ว ติดหญิง เอ้ย พอดีมีประชุมเยอะ ไม่สะดวกไป แป่ววววววว

เอาหล่ะวุ้ย Alone in New York แบบไม่เคยเหยียบมหานครแห่งนี้มาก่อน ทีนี้ก็ต้องหาข้อมูลเพื่อไม่ให้เราดู “กะเหรี่ยง” เที่ยวกรุง และ ด้วยความเป็นคนสายไอทีทั้งที มันต้องใช้อะไรล้ำ ๆ กว่ากระดาษจด และ แผนที่ทั่วไปใช่มั๊ย?

มีสมาร์ทโฟนที่พกไปด้วย พร้อมซิม T-Mobile แบบเติมเงินที่เล่นเน็ตได้ไม่จำกัดแบบนี้ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์เต็มที่

IMG_00000819

งานนี้ xenon_art ขอแนะนำแอพ NYC Map สุดยอดแผนที่ แห่งมหานครนิวยอร์ค บนไอโฟน (เท่าน้้น)

IMG_8558

แอพนี้จะจับสัญญาณ GPS เพื่อหาตำแหน่งของเรา พร้อมแสดงบนแผนที่ จากนั้นรอบ ๆ ตัวเราก็จะรายล้อมด้วยโลโก้แบรนด์ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะร้านอาหาร ร้านกาแฟ เสื้อผ้า แฟชั่นแบรนด์เนม รวมถึงโรงแรมด้วย เป็นแอพสารพัดประโยชน์ที่ใช้งานง่าย พลิกแพลงใช้ได้เยอะ ซึ่งด้วยความง่ายของมัน ผมก็ปรับเอามาใช้เป็นแผนที่เดินเที่ยวในนิวยอร์คแบบไม่มีหลง

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยใช้แผนที่ที่ไม่ว่าจะละเอียดแค่ไหน ก็มาตกม้าตายตอนที่เราต้องมาหาว่า เราหันหน้าไปทางไหนของแผนที่ แต่กับแผนที่บนแอพ NYC Map ทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปเพราะบรรดาแบรนด์เนมเหล่านี้ป้ายใหญ่เห็นชัด เดินไปถึงไหนก็จะจำแนกออกว่าเราอยู่มุมไหน หันหน้าไปทางไหน และ ต้องเดินไปถนนไหนต่อ

IMG_00000823

นอกจากนี้ผมยังมีแอพอีกตัวคือ TripAdvisor (City Guides) ที่เอาไว้คอยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมถึงใช้ GPS หาตำแหน่งเราแล้วบอกว่าใกล้ ๆ ที่เราอยู่มีจุดสนใจอะไรที่น่าไปบ้าง เรียกว่าเป็นแอพที่มีประโยชน์มาก

ผมลองโหลดมาหลายแอพ ทดสอบแล้วสรุปเหลือใช้จริงเพียง 2 แอพเท่านั้น

หลาย ๆ คนคงเคยเห็นแอพแผนที่รถไฟใต้ดินของ New York ซึ่งผมก็โหลดมาด้วย เพียงแต่ไม่ได้ใช้เลย จึงไม่ได้กล่าวถึง

ทำไมหน่ะเหรอ?…..เพราะผมเดินล้วน ๆ ไม่ได้นั่งรถไฟเลย มีแบบเหนื่อยสุด ๆ ก็นั่งแท๊กซี่เท่านั้น เพราะไปไกล และ ซื้อของเยอะถือไม่ไหว

IMG_7902

กายพร้อม ใจพร้อม แอพพร้อม ก็เดินทางจากออแลนโด มุ่งหน้าสู่ มหานครนิวยอร์คด้วยเครื่องบินกันเลย โดยสายการบินที่ใช้เป็น Jet Blue สายการบินภายในประเทศที่บริการดีใช้ได้สายการบินหนึ่ง และที่ นิวยอร์ค มีเทอร์มินอลเป็นของตัวเองคือ Terminal 5

ตอนผมบินออกจาก ออแลนโด เครื่องดีเลย์ ไป 30 นาที เล่นเอาพนักงานพยายามเร่งทุกอย่างแบบสุดความสามารถเพื่อไปให้ถึง สนามบิน JFK ที่ New York ให้ทันเวลา

IMG_7904

ที่นั่งจะมี 2 แบบ คือ แบบธรรมดา และ แบบ Extra Space โดยเราสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออัพเกรดเป็นแถวที่นั่งที่กว้างเป็นพิเศษ

การเรียกขึ้นเครื่องก็ปกติ คือ เรียกผู้โดยสารที่จ่ายเงินเพิ่มก่อน จากนั้นก็เรียกผู้โดยสารที่นั่งท้ายเครื่องทยอยขึ้นเครื่องตามลำดับแถวที่นั่น

แต่….มนุษย์ ก็คือ มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย หรือ ประเทศที่เจริญแล้วอย่าง อเมริกา คนไม่ค่อยสนใจ จะแย่ง กรูกันขึ้นเครื่องก่อน จนพนักงานต้องห้ามแล้วห้ามอีก ซึ่งจะรีบขึ้นไปไหนกันครับพี่น้อง ขึ้นก่อนแล้วถึงก่อนหรือเปล่า????

ขึ้นก่อน ขึ้นหลัง ถึงพร้อมกัน แต่ขึ้นก่อนต้องไปนั่งเมื่อยก่อนนะอย่าลืม….เวลาผมบิน ของไม่เยอะ ไม่ต้องรีบไปแย่งที่เก็บของเหนือศีรษะ ดังนั้นมักจะปล่อยให้คนขึ้นเกือบหมดก่อนแล้วเราค่อยขึ้นไป ขอยืดเส้นยืดสายให้เต็มที่ก่อนไปอุดอู้บนเครื่อง

IMG_7901

เก็บภาพเครื่องขายอุปกรณ์ไอทีแบบอัตโนมัติของ Best Buy มาฝาก เราจะเห็นตู้แบบนี้เกือบทุกสนามบินในสหรัฐอเมริกาเลย และ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมักจะต้องตั้งไว้หน้าห้องน้ำ พยายามดูแล้วไม่มีทิชชู่ขายซะหน่อย เห็นมีแต่ไอพ๊อต หุูฟัง และ แบตสำรอง (power bank)

ใครขาดอะไร ก็เอาเครดิตการ์ดเสียบแล้วซื้อได้เลย

IMG_7905

จาก ออแลนโด ถึง นิวยอร์ค ใช้เวลาบินประมาณ สองชั่วโมงกว่า จากเครื่องดีเลย์ไป 30 นาที กัปตันผมเก่งมาก เครื่องลงจอดก่อนเวลา 10 นาที ซิ่งสายฟ้าฝุด ๆ เบย

เมื่อลงเครื่องแล้วก็ไม่มีอะไรมากเพราะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 20 นาทีต่อมาก็ก็ได้กระเป๋าครบ พร้อมมุ่งหน้าสู่โรงแรมด้วยรถแท๊กซี่

จากการหาข้อมูล รถไฟต้องนั่ง 2 ต่อ หรือ จะนั่ง Shuttle Bus ก็ยังได้ แต่เครื่องผมลงมารับกระเป๋าขนาดใหญ่สุดของ Samsonite 2 ใบ ออกมาจากสนามบินสามทุ่มกว่า ๆ ตัดสินใจยอมเสียเงินแพงแต่ไม่เหนื่อยดีกว่า

IMG_7908

รถแท๊กซี่จากสนามบินเข้าเมืองคิดอัตราเหมา โดยแบ่งตามโซนของโรงแรม ผมพักที่ W Hotel โดนค่าแท๊กซี่ไป 53 เหรียญกว่า ๆ รวมกระเป๋า และ ทิบ เบ็ดเสร็จผมให้ไป 65 เหรียญ หรือ ประมาณ 1950 บาท แพงนิดหน่อย แต่รับได้เมื่อเทียบกับความสบาย และ ซื้อเวลากินข้าว+เข้านอน

IMG_8208

W New York โรงแรมที่จองผ่าน Priceline.com เวปเดิมที่ผมจองรถเช่นใน ออแลนโด โดยให้ภรรยาจองให้ล่วงหน้า 1 วัน ทำให้ราคาลดลงมาพอสมควรเหลือเพียงคืนละ 300 เหรียญโดยประมาณ

หากใครรู้จักโรงแรมนี้จะรู้ดีว่าแพงพอสมควร แต่อยู่ใกล้ Central Park และ Fifth Avenue ช่วงตึก NBC หรือ Rockefeller Building อันเลื่องชื่อ เดินจากโรงแรมไปเพียง 5 – 10 นาทีเท่านั้น

IMG_7909

เค้าบอกมาว่า…โรงแรมในนิวยอร์ค แพง และ เล็ก ที่ไหนก็เล็กหมดแหละ ถ้าจะเอาห้องใหญ่ ๆ ก็แพงมากกกกก

เชื่อแล้วครับ เพราะจ่ายไปคืนละเกือบหมื่น ได้ห้องแค่เนี้ย นี่ผมยืนหลังพิงตู้เสื้อผ้าแล้วนะถ่ายออกมาได้แค่นี้เอง

IMG_7911

ช็อตมาตรฐานในห้องน้ำตามสมัยซะหน่อย และ ก็อ่ยางที่เห็น งานนี้พก Nex 5N ไปก็เอาไว้เพียงถ่ายงาน Blackberry Live 2013 เท่ห์ ๆ เท่านั้น ที่เหลือใช้ iPhone5 ถ่ายตลอดทริป

เสียดายไปนิดตรงที่เอา Blackberry Z10 ไปด้วย แต่ไม่มีซิมเลยต้องใช้ไอโฟนแทน

เรื่องของเรื่อง คือ ทางฝ่าย PR ของงานแจ้งว่าจะจัดซิม AT&T พร้อมดาต้ามาให้เพื่อใช้กับ Blackberry Z10 ได้เราก็เลยไปถอย Nano Sim ของ T-Mobile มาใส่ไอโฟน หวังว่าจะทำรีวิวการใช้งานด้วยโครงข่าย 4G ปะทะกันระหว่าง Blackberry กับ iPhone ซะหน่อย

สรุปพอถึงงานที่ ออแลนโด เค้าแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดเล็กน้อย ซิม AT&T ที่เตรียมมาให้โทรออก รับสายได้อย่างเดียว เล่นเน็ตไม่ได้….เลยต้องเก็บ Blackberry Z10 ตัวเก่งลงกระเป๋าเดินทางโดยปริยาย เสียดายมากกกกก

สำหรับคนที่มาเที่ยวอเมริกาเกิน 5 วัน และ ต้องการใช้อินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะแชร์รูป เช็คเมล เล่นเฟส แนะนำให้เปิดวิมเติมเงินที่นี่ใช้ จะเปิดรัฐใดก็สามารถใช้งานได้ทั่วประเทศ

หากเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ Micorsim เช่น Blackberry Q10, Z10 หรือ พวกแอนดรอย์รุ่นใหม่ ๆ ที่ใช้ซิมเล็ก แนะนำไปซื้อซิมเติมเงินของ AT&T เพราะเครือข่ายครอบคลุมกว่า และ เน็ตแรงกว่า

แต่หากท่านพก iPhone 5 มาเมกา และ ต้องใช้ Nano Sim หรือ ซิมจิ๋ว ไม่สามารถซื้อซิม AT&T มาใช้งานได้เพราะเค้าล็อคระบบไว้กับ Apple ซึ่งต้องเปิดซิมรายเดือนเท่านั้น ทางเลือกเดียวคือ T-Mobile ที่ยอมขายซิมเติมเงินขนาด Nano Sim แต่ที่ New York สัญญาณไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เดิน ๆ อยู่ขึ้น No Service สลับกับ 4G

ถ้าจะดื้อใช้ AT&T จริง ๆ ก็เตรียมอุปกรณ์ตัดซิมมาด้วยแล้วไปเปิดซิมเติมเงินขนาด เล็ก แล้วเอามาตัดเองนะจ๊ะ

สำหรับราคาแบบเติมเงินผมใช้แบบ 3G+4G Unlimited data + โทรหาเบอร์บ้านฟรีทั่วโลกไม่จำกัดนาที + โทรในเมกา + sms รวมแล้วเกือบร้อยเหรียญ หรือ 3000 บาท ถือว่าไม่แพงนะครับ ถ้าไป 7 วัน หารออกมาแล้วตกวันละเพียง 429 บาท แถมโทรกลับบ้านฟรีด้วย

IMG_7963

ตื่นมาวันแรกใน นิวยอร์ค สิ่งที่คิดถึง และ ต้องการไปที่สุด แถมอยู่ใกล้โรงแรมด้วยนั่นคือ New York Grand Central Station หรือ สถานีรถไฟหลักของเมืองที่มีประวัติยาวนานย้อนกลับไปถึงยุคสร้างเมืองกันเลยทีเดียว

เก็บภาพที่ระลึกกับทางเข้าซะหน่อย เห็นเค้าถ่ายกันเยอะเลยตามน้ำไป นี่เป็นเทคนิคที่ผมใช้มาตลอดเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ

หากเราไปยังประเทศ หรือ เมืองที่ไม่คุ้นเคย หากเจอพวกคณะทัวร์แนะนำว่าให้รีบเดินตามเค้าไปแบบห่าง ๆ คอยดูว่าเค้าแนะนำอะไร มีประวัติเป็นอย่างไร ดีกว่าอ่านหนังสือเป็นกองเลย อ้อ…แน่นอนว่าต้องเล็งหาคณะทัวร์ที่เค้าพูดภาษาที่เราฟังรู้เรื่องนะ 555 ถ้าจังหวะไม่ดีเจอคณะที่ใช้ภาษาไม่รู้จักก็อาศัยดูว่าเค้าชี้อะไร ถ้าพูดนานนนนน แปลว่าสำคัญ ให้เก็บภาพที่ระลึกเอาไว้กันเหนียว

แต่ถ้าเจอพวกถือหนังสือท่องเทียวไปด้วย เดินดู เดินถ่ายรูปไปด้วย บอกได้เลยว่า มันก็เหมือนเราแหละ ไม่รู้เรื่องหรอก อิ อิ อิ

IMG_7962

สถานะการณ์การรักษาความปลอดภัยใน New York ยังคงแน่หนาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะเห็น ทหาร หน่วยสวาท และ ตำรวจ ประจำตามสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ

เดินไปหน้าด้าน ๆ แล้วบอกว่าขอถ่ายรูปหน่อย เค้าก็ยิ้มให้แล้วปล่อยให้เราถ่ายตามใจชอบ เพียงแต่เค้าอยู่ในหน้าที่ ไม่สามารถหันมาแอ๊คชั่นกับกล้องได้

IMG_7925

สัมผัสแรกของ xenon_art กับ Grand Central Station ตื่นเต้นมว๊ากกกก มือสั่น รูปมัวเลย <<<ข้ออ้าง

ช่วงนี้เค้าฉลอง 100 ปีพอดี ตรงหน้าต่างบานยักษ์จึงประดับเลข 100

IMG_7928

บู๊ธขายตั๋วกลางสถานี จุดเด่นอีกจุดหนึ่งที่บรรดาภาพยนต์ฮอลลีวู๊ดชอบมาถ่ายกัน

IMG_7931

IMG_7933

ป้าย และ เคาเตอร์ขายตั๋วที่ยังคงเอกลัษณ์ดั้งเดิม คลาสสิคจริง ๆ

IMG_7936

ลองเดินเข้ามาดูตรงชานชลาซะหน่อย โอวววว เห็นข้างนอกหรูหราอลังการ พอเข้ามาด้านใน สถาพก็เก่าแก่ และ ไม่มีการประดับประดาอะไร

รถไฟนี้ส่วนมากจะวิ่งอยู่ใต้ดินของมหานครนิวยอร์ค โดยจะสังเกตุได้ว่าตอนเราเดินบนฟุตบาท จะมีตะแกรงเหมือนฝาท่อระบายน้ำ แต่มองลงไปจะเป็นเป็นรางรถไฟ

IMG_7949

สำรวจชั้นใต้ดิน ก็จะเจอห้องน้ำ….คิวยาวมากกกกกก ใครปวดหนักที่นี่อันตรายมาก ให้ไปหาห้องน้ำจากโรงแรมติดกับสถานนี

IMG_7953

ชั้นล่างก็จะมีชานชลาต่าง ๆ สวยงามตามรูปมัว ๆ จาก iPhone5 ที่ยังเจ็ตแล็คอยู่

IMG_7952

อาชีพรับขัดรองเท้า อาชีพเก่าแก่อาชีพหนึ่งของคนอเมริกา ยังคงมีให้เห็นกันอยู่

IMG_7956

เอาหล่ะครับ มือเช้ามื้อแรกในนิวยอร์คของผม จัดกันที่ชั้นใต้ดินสถานนี้รถไฟในตำนานนี่แหละ

ด้านล่างของสถานีเป็นศูนย์อาหารอารมณ์คล้าย ๆ ฟู๊ดคอร์ท บ้านเราเพียงแต่ไม่ต้องแลกคูปอง

IMG_7958

IMG_7957

มีอาหารมากมายหลายชาติให้เลือก แอบมีอาหารไทยด้วยนะครับ แต่คงยังเช้าอยู่ ยังเตรียมร้านไม่เสร็จ

IMG_7959

เดินไปเดินมา ผมมาจบที่ร้านนี้ เพราะขนาดอาหารปริมาณไม่มาก ราคาไม่แพง หากเทียบกับร้านอื่น ๆ ที่จะได้แซนวิชชิ้นยักษ์ที่ดูยังไงก็กินไม่หมด

IMG_7950

IMG_7961

ซื้อแล้วก็เดินมาหาที่นั่่งในบริเวณรับประทานอาหารที่เค้าจัดไว้ให้ ตบแต่งให้อารมรณ์เหมือนนั่งอยู่ในขบวนรถไฟเลยครับ

IMG_7960

อาหารเช้าง่าย ๆ ที่ศูนย์อาหารชั้นใต้ดินของสถานนีรถไฟตำนานของนิวยอร์ค….แอบถ่ายติด (หรือจงใจ?) สมาร์ทโฟนมาด้วย แหมก็บล็อคผมเป็น lifestyle IT นี่นา

มื้อนี้กินไปสิบกว่าเหรียญ ซึ่งถือว่าปกติของทีนี่ ใครจะเที่ยวเมกา เรื่องราคาค่าครองชีพ ทำใจไว้ก่อนเลยนะตอนเที่ยวอย่าคิดมากเดี๋ยวจะไม่สนุก

วิธีของผมในการไปเที่ยวต่างประเทศคือ ประหยัดบ้าง เปลืองบ้างสลับกันไป ผมก็กินทั้งอาหารข้างถนนถูก ๆ เพื่อสัมผัสกับวิถีชิวิตคนทั่วไป และ ไปกินร้านอาหารหรู ๆ เพื่อสัมผัสรสชาติแบบไฮโซ ที่โดนไปมื้อนึง 5,000 บาท (ทานคนเดียวนะ) กลับถึงบ้านก็จะได้ความทรงจำดี ๆ ในหลาย ๆ มุม

มื้อเช้าสำคัญมาก เน้นอิ่ม เน้นกินให้เยอะนะครับ เวลาเดินเที่ยวจะได้มีมีปัญหา ส่วนมื้อกลางวันกินเร็ว ๆ ง่าย ๆ ไม่เสียเวลาการเดินเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ รวมถึงช๊อปปิ้งด้วย บางทีก็ข้ามมื้อเที่ยงไปเลยก็มี แล้วไปจิบกาแฟตอนบ่ายแทน ส่วนมื้อเย็นจัดหนักหน่อย กินอาหารดี ๆ จิบไวน์ แล้วออกมาเดินรับลมเย็น ๆ ยามค่ำคืนของนิวยอร์ค

IMG_7937

พอกินอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินขึ้นชั้น 2 หรือจริง ๆ ต้องเรียกว่าชั้นลอย เพราะฝรั่งเค้าเรียก Balcony โดย xenon_art มุ่งหน้าตรงไปยัง East Balcony

เห็นรูปคงไม่ต้องบอกว่าไปไหนนะ

IMG_7943

IMG_7939

เมื่อ Apple มาเปิด Apple Store ครั้งแรกใน Grand Central Station นี้ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

อารมณ์ของร้านได้ความผสมผสานของอารมณ์ระหว่างการจัดร้านแบบ minimalist ของสตีฟ จ๊อบส์ ที่เน้นเรียบง่าย ใช้งานได้จริง และ สีสรรไม่ฉูดฉาด โอบล้อมด้วยบรรยากาศของสถานนีรถไฟเก่าแก่ หรูหราเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

การมาเปิดร้านที่นี่ผมมองว่าเค้าได้ประโยชน์ทั้งจากการขายโดยตรง และ ได้ผลทางการตลาดเป็นอย่างมาก เป็นการโปรโมทแบรนด์ให้คนรู้สึกว่าเป็นสินค้าอเมริกันแท้ ๆ อยู่คู่กันมานาน แถมตัวร้านก็เป็นป้ายโฆษณา Apple ได้เป็นอย่างดี

IMG_7978

ดื่มด่ำกับบรรยากาศของ Grand Central Station แล้วก็เดินลัดเลาะต่อมาเพียงไม่กี่บล็อคก็จะถึง Time Square อีกหนึ่งสถานที่ที่ทุกคนต้องมา โดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

จากภาพด้านบน แอบเห็นป้ายสถานนีตำรวจ NYPD สุดเก๋ที่ออกแบบป้ายไฟได้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบจริง ๆ

IMG_8032

ระหว่างเดินไป Time Square ก็เจอกับ…..ว้าวววว รถดับเพลิงคันยักษ์

เห็นเค้าถ่ายรูปกันใหญ่ ผมเลยถ่ายมั่ง จริง ๆ แล้วเสียงไซเรนรถดับเพลิง รถตำรวจ เป็นของคู่กับเมืองนี้ทีเดียว เพราะได้ยินทั้งวัน ทั้งคื แต่คันนี้พิเศษตรงที่ปกติจะเห็นรถดับเพลิงซิ่งอย่างเร็วจนถ่ายรูปไม่ทัน แต่คันนี้เค้าไม่ได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ จึงมีโอกาศให้ได้ถ่ายรูปกัน

IMG_7982

มาถึงแล้ว Time Square บรรยากาศช่วงสาย ๆ ของวันศุกร์ คนยังบางตา อากาศกำลังดี

IMG_7983

มุมมองเข้าไป เป็นมุมที่ชอบถ่ายกัน เลยถ่ายมั่ง

IMG_8009

จุดเด่นของ Time Square คือบรรดาป้ายไฟโฆษณาที่เรียกว่าอัดแน่นไปทุกตารางเมตรของตัวตึกกันเลยทีเดียว และ ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีบ้าน ๆ แบบป้ายไฟนี้จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของโลกไปได้

ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นไปเยอะ บรรดาป้ายไฟธรรมดาก็ถูกพัฒนาเป็นจอภาพขนาดยักษ์ หลากทรง มีทั้งเรียบ ทั้งโค้งแสดงภาพ หรือ ภาพยนต์โฆษณาบนกำแพงตึกระฟ้าให้พวกเราได้แหงนหน้าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกทั้ง ๆ ที่ปกติไม่ชอบดูโฆษณา….จริงป่ะ

IMG_7979

โดยรอบบริเวณของ Time Square ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เป็นร้านค้า และ อาคารบริษัท เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็นย่าน Broadway ที่มีโรงละครเวทีเรียงรายให้เราเลือกซื้อบ้ตรเข้าไปชม แต่เตือนไว้หน่อยว่าที่นั่งดี ๆ ของโชว์ดี ๆ ควรจอง หรือ เช็คกับโรงแรมให้ดีก่อน เดี่ยวไปถึงแล้วจะไม่ได้ดู

IMG_7980

อาชีพสุดฮิตในย่าน Time Square คือการแต่งตัวเป็นคาแรคเตอร์ตัวละครต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Hello Kitty, Buzz Light year, Woody, Ironman, Batman และ Spiderman เป็นต้นแต่ที่เห็นเยอะหน่อยช่วงนี้ก็ Ironman ที่ออกมาเดินให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปแล้วเก็บเงิน

ค่าบริการแล้วแต่จะให้ ถ่ายก่อนค่อยจ่าย ถ้าจ่ายน้อยเค้าก็จะมีลูกเล่นอ้อนวอนขอเพิ่ม ถ้าให้เยอะก็จะโดนลูกไม้ขอเพิ่มเช่นกัน ด้วยความที่ผมส่งรูปของที่จะซื้อไปให้ภรรยาเลือกแล้วต้องยืนรอคุณเธอตื่นขึ้นมาอ่านข้อความทำให้ต้องยืนอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมงทำให้เห็นเลยว่าพวกนี้ทำงานกันเป็นทีมครับ แก็งค์ เอ้ย ทีมใครทีมมัน แต่ทีมที่ดูแล้วลูกค้าเยอะหน่อยก็ทีม 3 คน ประกอบด้วย Batman, Ironman และ Spiderman ที่ Ironman จะเป็นตัวชูโรงมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปเยอะ พอมีลูกค้าปุ๊ป อีตา Batman กับ Spiderman (ลงพุง) ที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ก็จะเดินเข้ามาร่วมถ่ายรูปและขอเงินด้วย เห็นทำแบบนี้ตลอดชั่วโมงนึง สงสัยได้ไปเป็นร้อยเหรียญ

จนเจอสาวฝรั่งคนหนึ่งร้องบอกว่า No…I only want Ironman – ไม่นะ….ฉันจะถ่ายกับไอร่อนแมนเท่านั้น

อีตาแบตแมน กับ สไปดี้ จ๋อยไปเลย 555

IMG_7981

Toy R Us สาขาใหญ่ยักษ์กลาง Time Square เป้าหมายหลักของผมเลยคัรบ และ ตรงหน้า Toy R Us นี่แหละ ที่ผมยืนประมาณชั่วโมงนึง แล้วได้ประสบการณ์การทำงานเป็นทีมของอีกตา 2 ซุปเปอร์ฮีโร่ลงพุง

ToyRUs_toyPrices_may2013 (1)

ร้านของเล่นนี้เป็นร้านใหญ่ที่สุดเจ๋ง คนเดินเข้าออกเพียบ มีทีเด็ดตรงที่เค้ามีชิงช้าสวรรค์อยู่ข้างในเลยนะ

ToyRUs_toyPrices_may2013 (2)

บรรยากาศส่วนหนึ่งด้านใน Toy R Us – Time Square ที่ผมซื้อของเล่นให้ลูกไปเยอะเลย สำหรับราคาของเล่นที่นี่ เพื่อน ๆ ที่สนใจจะไปเที่ยว หรือ ฝากคนไปซื้อ สามารถเช็คราคาของเล่นได้ที่

อัพเดทราคาของเล่นใน อเมริกา USA วันที่ 23 พค 56 (Target + Toy R Us)

IMG_8037

แถวบริเวณ Time Square ก็มีพื้นที่ว่าง ๆ เป็นถนนคนเดิน ได้บรรยากาศตัดกับการจราจรที่วุ่นวายของเมืองใหญ๋ แถมยังมีการแสดงข้างถนน หรือ Street Performance ด้วย

การแสดงก็น่าตื่นเต้นดี แต่เผอิญผมเคยเห็นที่เก่งกว่านี้ เจ๋งกว่านี้มาแล้วในสเปน ตอนไปงาน Mobile World Congress ปีที่ผ่านมา การแสดงนี้เลยสนุก แต่ไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนคนดูท่านอื่น ๆ ในบริเวณ

สิ่งที่น่าสนใจของคณะแสดงชุดนี้คือ วิธีการพูด เค้ามีวิธีการพูดโน้มน้าวจิตใจคนได้ดี ติดมุกตลกไปด้วยทำให้คนที่เดินผ่านไป ผ่านมาหยุดยืนดูการแสดง

มีมุกหนึ่งผมชอบมาก ๆ โดยแปลเป็นไทยได้ว่า

“เข้ามาเลย เข้ามาเลย มาดูการแสดงของเราใกล้ ๆ เราไม่กัดหรอก และ ถึงแม้เราเป็นคนดำ เราก็ไม่ได้ติดยา ไม่ได้เป็นมาเฟีย”

อีกคนหนึ่งยืนไกลออกไปตะโกนออกมาว่า “จริง ๆ นะ เราเลิกเป็นมาเฟียแล้ว”

“ถ้าดูแล้วชอบ แต่หากคุณไม่มีเงิน ไม่เป็นไร เพียงเดินเข้ามาจับมือพวกเราแล้วบอกว่า นายเก่งมาก เพียงเท่านี้พวกเราก็มีความสุขแล้ว”

“แต่ถ้าคุณให้เงินเรา 3 เหรียญ จะเป็นกำลังใจที่ดีกับพวกเรา”

“ถ้าคุณให้เรา 5 เหรียญ พวกเราจะรู้สึกว่าเป็นดาราดังเลยทีเดียว”

“แต่ถ้าคุณให้เรา 10 เหรียญ…….คุณหิ้วผมกลับบ้านได้เลย”

บรรดาคำพูดเหล่านี้เรียกเสียงหัวเราะ และ เสียงปรบมือได้เป็นอย่างดี แถมยังทำลายกำแพงระหว่างนักแสดง กับคนดูอีกด้วย

เก็บเอามาคิด เก็บเอามย่อยสลายใช้ในชีวิตของเราได้นะ

IMG_8275

มีคนบอกว่า Time Square ตอนกลางวัน และ ตอนกลางคืนให้อารมณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนก็บอกว่ากลางคืนสวยกว่ากลางวัน เพราะป้ายไฟจะโดดเด่นมาในเวลากลางคืน

เอ่อ…..ต้องมาดูป้ายโฆษณาไฟฟ้าตอนกลางคืน

แล้ว….มันจะสวยขึ้นกว่าตอนกลางวัน

อืม….อยู่กรุงเทพไม่ค่อยเหลียวแลป้ายโฆษณาตามถนนเลยนะ นี่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาอเมริกาจะให้เดินมาดูป้ายไฟโฆษณาเนี่ยนะ

IMG_8277

พูดเหมือนจะไม่มา แต่ก็ยังคงเดินแวะมาชมไฟตอนกลางคืนกับเค้าเหมือนกัน บรรยากาศคนแน่นเหมือนตอนกลางวัน อากาศเย็นลงเดินสบายขึ้น เพราะเนื่องจากผมมาเที่ยวในเดือนพฤษภาคม หากมรช่วงฤดูหนาวสงสัยหิมะกลบมิด หรือ แข็งตายก่อน

บรรดาป้ายไฟโฆษณาในตอนกลางคืนสวยไปอีกแบบ บรรยากาศโดยรวมของ Time Square ดูมีชีวิตชีวาสมกับเป็นเมือนใหญ๋

เอาจริง ๆ แล้วในทุก ๆ ที่ที่เราไป บรรกาศตอนกลางคืน กับ กลางวันมันแตกต่างกันจริง ๆ เพราะตอนกลางคืนท้องฟ้าเป็นสีดำมึด ชับเน้นบรรยากาศ และ สถานที่ให้โดดเด่นขึ้นมา จำได้ว่าตอนงานฉลองของในหลวง ผมพาครอบครัวไปเดินดูไฟถนนราชดำเนิน ช่างให้ความรู้สึก และ ความทรงจำไม่รู้ลืมจริง ๆ

IMG_8276

เก็บภาพตัวเองไว้สักหน่อย <<<อีกแล้ว

IMG_8280

กำลังมองหามื้อเย็น เล็งว่าจะกินร้านไหนดี เพราะคนเยอะไปหมด แถมมาคนเดียวด้วยสิ เอาไงดีหว่าไม่ชอบต่อคิวร้านอาหารด้วยสิเรา

นั่นไง…มีพนักงานยืนถือป้ายโฆษณา TGI Fridays พร้อมแจกคูปองลดราคา 15% ฉลองเปิดสาขาใหม่ใน Time Square ด้วยสิ แบบนี้หมายความว่าร้านเค้าคนยังไม่เยอะ ขนาดต้องออกมาเรียกลูกค้ากันเลย เหมาะกับเรามาก ๆ

เดินไปขอบัตรลดแล้วมุ่งหน้าเข้าซอยสู่ร้าน TGI Fridays ทันที

IMG_8274

หน้าร้านตามสไตล์เค้าเลย หากยังจำกันได้ (ถ้าคุณแก่พอ) สมัยก่อน TGI Fridays เคยมาเปิดสาขาในที่ที่อาหารแห่งหนึ่งปากทางสุขุมวิท ซอย 2 ใกล้ ๆ โรงแรม JW Merriott และ เป็นตึกเดียวกันกับที่มีร้าน Challenger ซึ่ง xenon_art ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในชีวิตเมื่อ 20 ปีก่อน พ่วงด้วยชุดลำโพง 5.1 ต่อคอมของ Altec Lansing ที่ปัจจุบันยังใช้อยู่แม้ว่าจะเปลี่ยน PC ไปแล้ว 4 ชุด

ปัจจุบันใช้ PC ที่บ้านปั่นบล็อคล้านเรื่องราวของ xenon_art นี้ยังเป็นสเปค QuadCore อยู่เลยครับ แต่ลง Windows 8 Pro ได้อย่างไม่มีปัญหา

IMG_8264

มาเมกาทั้งทีต้องกิน Buffalo Wings ครับ เรียกว่าเป็นอาหารพื้นบ้านของอเมริกาเลยก็ว่าได้ คล้าย ๆ กับ ไข่พะโล้ ที่ไปไหนในประเทศไทยก็หากินได้

ปีกไก่ทอดซอสเผ็ด ของ TGI Fridays อร่อยพอใช้ได้ แต่สู้ที่ Hooters กับ Cheesecake Factory ไม่ได้

ขนาดไม่อร่อยนะ ผมซัดคนเดียวเรียบเลย

IMG_8270

ต่อด้วยอาหารจานหลัก ซี่โครงหมูย่างซอสบาบิคิว จานนี้ก็ไม่โดนครับ ผมว่ากินที่ Tony Roma’s สยามพารากอนอร่อยกว่า นุ่มกว่า ทั้ง ๆ ที่ เมนูนี้เป็นเมนูขึ้นชื่อของคนที่นี่

เอาเป็นว่ามื้อนี้ผมโอเคนะ อร่อยดีกับ Buffalo Wing และ เกือบจะอิ่มแล้ว พอมาเจอ Baby Back Rib ไม่ค่อยอร่อยเลยไม่เสียใจเท่าไหร่ เพราะกินไม่ลงอยู่ดี

ใครอยากวัดดวงก็ลองมาทานสาขา Time Square ได้นะ

ติดตาม xenon_art ตะลุย New York ตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้

_________________________________________________________________

หากเพื่อน ๆ ชอบเรื่องกิน เที่ยว และ รีวิวของผมที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอวย ฝากเพื่อน ๆ กด LIKE Facebook Fanpage ของผมเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

http://www.facebook.com/xenonartpage?ref=hl

Facebook-Like

Comments

comments

About the author

xenon_art

บล็อคเกอร์กวน ๆ อารมณ์ดี ขี้บ่นบ้างอะไรบ้าง ชอบเขียนเรื่องสมาร์ทโฟน กิน เที่ยว และ ของเล่น เขียนบทความเป็นงานอดิเรก

twitter: @xenon_art
Instagram: xenon_art

9 Comments

ปิดโหมดสีเทา
%d bloggers like this: