p1020031head

ตอนนี้ปิดเทอมกันแล้วใช่ไหมเอ่ย ไม่ทราบว่ามีเพื่อน ๆ ท่านใดวางแผนไปเที่ยวกันบ้าง

วันนี้ผมมีประสบการณ์ดี ๆ มาฝากจากการไปเที่ยวต่างประเทศหลายครั้งกับครอบครัว ที่มีลูกเล็ก ๆ ว่าต้องทำอย่างไร เตรียมตัวอะไรบ้าง และ ทำยังไงให้สนุก

เพิ่งเคยเขียนเรื่องแบบนี้ครั้งแรก ตั้งต้นไม่ถูกเหมือนกันแฮะ เอาเป็นว่าผมเล่าวิธีการของผม ในสไตล์ของผม ผสมกับ Tip ต่าง ๆ แล้วกัน

**อัพเดท 5 เมษา 2558**

ผมกระเตงลูกชายขึ้นเครื่องบินครั้งแรกตอนเค้าอายุ 4 เดือน คือ…ไม่ได้ซ่าส์ หรืออะไรหรอกนะ แต่จำเป็นต้องไปงานแต่งงานน้องสาวที่ขอนแก่นตามคำสัญญา

แรก ๆ ก็กลัว และ ไม่สบายใจกับการพาเด็กเล็ก ๆ ขึ้นเครื่องบินเพราะที่ผ่านมาเห็นเด็กร้องให้สร้างความรำคาญกับผู้โดยสารท่านอื่น แถมพ่อ-แม่อย่างเราก็หน้าบางด้วย กลัวทำอะไรไม่ถูก แต่พอไปได้ครั้งนึง มีประสบการณ์ แล้วก็หายกลัวเป็นปลิดทิ้ง เหลือแต่ความมันส์ในการพาลูกเที่ยวเลยครับ

พอลูกอายุ 6 เดือนก็ไปลั้นลาที่ญี่ปุ่นกับไฟลท์ระยะกลาง 5 – 6 ชั่วโมงกันอย่างไม่มีปัญหา จากนั้นก็เกาหลี ฮ่องกง (ไปบ่อยสุดคือ ฮ่องกง) พอ 2 ขวบก็บินยาวไปอเมริกาเลย

ลูกควรอายุเท่าไหร่

หลายคนบอกว่า เด็กเล็ก ๆ ไม่ควรเอาไปเที่ยว ควรรอลูกโตก่อน แต่สำหรับผม ผมแนะนำว่าหากมีลูกเล็ก 6 เดือน – ขวบครึ่ง แนะนำว่าถ้าไหว ให้รีบไปเที่ยวครับ เพราะเด็กช่วงนี้ดูแลง่าย นอนในรถเข็นอย่างเดียว ตอนเราเดินเที่ยว ช็อปปิ้งจะไม่ค่อยกวนใจ หากโตหน่อย อุ้มก็หนัก เดินเองก็งอแง แถมเริ่มรู้ประสา จะเอาโน่น ไม่เอานี่ อันนี้ไม่กิน อันนั้นน่ากลัว….ประมาณนี้

แถมเวลาไปไหนก็จะมีคนช่วย หรือ ได้สิทธิพิเศษตลอด เนื่องจากมากับเด็กเล็ก เหนื่อยหน่อยก็ตอนกลางคืน หากลูกท่านตื่นบ่อย แนะนำนมแม่ชัวร์ที่สุด เพราะไม่ต้องล้างขวดนม ไม่ต้องชงนม แทบไม่ต้องพกอะไรมากเลย

ทั้งนี้ ทั้งนั้น การนำเด็กเล็กไปเที่ยวต่างประเทศ ควรคำนึงถึงสุขอนามัยนะครับ เอาไปประเทศที่ดูแล้วสะอาด และ สะดวกหน่อย ไม่แนะนำพวก ซัวเถา, อินเดีย หรือ อะไรเทือกนั้นที่ห้องน้ำไม่ค่อยสะอาด เพราะต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม อีกทั้งหากจะเปลี่ยนบนรถโดยสารก็ดูไม่เหมาะสมครับ ไปไหนอย่าให้ใครดูถูกคนไทยได้ ^^

ครั้งแรก ๆ ที่พาลูกไป ให้ลองซ้อมดูก่อน เอาใกล้ ๆ พวก ฮ่องกง หรือ สิงค์โปร ก็ได้ ไม่แพงมาก Air Asia หรือ Emirates ก็พอไหว ไม่ถึงหมื่น

หากงบมากหน่อย ญี่ปุ่น และ เกาหลี เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจะมีแต่คนมาช่วยเหลือคุณ โดยเฉพาะญี่ปุ่นอะไรที่เกี่ยวกับเด็กจะสะดวกมากกว่าอยู่เมืองไทยเสียอีก ทั้งบรรดาห้องให้นมตามห้างต่าง ๆ  เดินไปไหนก็จะมีคนคอยเดินหลบรถเข็น แต่คนญี่ปุ่นจะถือมากหากเรานำรถเข็นที่มีเด็กนั่งขึ้นบันไดเลื่อน เค้าถือว่าอันตรายสุด ๆ และมองว่าเราไม่รักลูก

ขึ้นเครื่องบิน

สายการบินส่วนใหญ่เค้าจะให้ผู้โดยการที่มีเด็กเล็กขึ้นก่อน เรียกว่าเกือบจะพร้อม ๆ กับผู้โดยสารชั้นธุรกิจเลยครับ ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องไปต่อแถว พอใกล้ ๆ เวลาไปรอหน้าประตูเลยครับ พนักงานรู้ดี สบายพ่อแม่สุด ๆ แต่ก็เคยเจอบางสายการบินพนักงานไม่ได้เรียกให้ผู้โดยสารพร้อมเด็กเล็กขึ้นก่อน ไม่ต้องตกใจ เดินไปขอขึ้นก่อนได้เลย

รถเข็นให้เอาไปโหลดหน้าประตูเครื่องนะครับ ไม่ต้องรีบโหลดพร้อมกระเป๋า เอาไว้ให้ลูกนั่งก่อน ไม่ต้องอุ้มให้เมื่อย พอถึงที่หมายก็รอรับรถเข็นเด็กตรงหน้าประตูเครื่องเช่นกัน (ถามแอร์อีกทีนะว่าตรงไหน บางทีก็หน้าประตู บางทีก็ถัดไป 10 เมตร ไม่ให้เกะกะคนอื่น)

ภาษาอังกฤษเรียกรถเข็นเด็กว่า baby cart / เบบี้คาร์ท หรือ baby stroller / เบบี้สตรอเลอร์ เรียกยังไงก็ได้ตามสะดวก

มาถึงไฮไลท์สำคัญสำหรับพ่อแม่มือใหม่แล้วหล่ะ…..เชื่อว่าคงเกือบทุกคนที่เคยขึ้นเครื่องบิน คงมีประสบการณ์เด็กร้องไห้ตลอดเวลาขึ้นเครื่องบิน…..น่ารำคาญ และ หนวกหูใช่ไหมครับ

การที่เด็กร้อง ส่วนมากเป็นเพราะหูอื่อซึ่งเกิดจากความกดอากาศ และ แรงดันในหู ผู้ใหญ่อย่างพวกเรามีวิธีที่แตกต่างกันในการแก้อาหารหูอื้อ แต่เด็กทำไม่เป็นหรอก ทำได้คือ ร้องให้

คำแนะนำ

สำหรับเด็กเล็ก หรือ เด็กอ่อน  ระหว่างเครื่องขึ้น และ ลงให้ดูดขวดนม หรือ ดูดน้ำ เพราะจะช่วยให้หูไม่อื้อ และ ไม่ร้องให้ อันนี้ xenon_art รับประกัน เพราะลูกไม่เคยร้องงอแงเลยสักคน

เด็กที่เลิกขวดนมแล้ว ให้กินท็อฟฟี่ พวก ซูกัส หรือ อะไรที่มันเคี้ยวนาน ๆ แล้วมีน้ำลายออกเยอะ ๆ หรือบางท่านไม่อยากให้ลูกทานของหวานก็หาขนมขบเคี้ยวให้เค้า เพื่อลดอาการหูอื้อ

HK_toy_price_march_2015 (12)

หากลูกเริ่มโตแล้ว และ เครื่องที่เราขึ้นไม่มี TV แบบคนต่อคน เช่น การบินไทย ไปสิงค์โปร และ ฮ่องกง แนะนำให้หาอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงไปให้ลูกด้วย จะได้ไม่งอแง เราจะได้พักผ่อน

ตอนลูกเล็ก ๆ ผมใช้ iPod Touch ส่วนตอนนี้โตแล้ว ใช้ iPad ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่รบกวนคนอื่น ให้เตรียมหูฟังไปด้วย ปกติหูที่แถมมาเด็กบางคนไม่ชอบเพราะเป็นของผู้ใหญ่ ลูกชายผมก็ไม่ชอบเลยจัดการเปลี่ยนเสียใหม่

โดยหูฟังในภาพ ผมซื้อในสนามบินฮ่องกง ครอบหูไปเลยทำให้เด็กไม่เจ็บใบหูเวลาใส่นาน ๆ แถมยังมีฟองน้ำกรองเสียงไม่ให้กระทบโสตประสาทหูด้วย แต่ปัจจุบันหาซื้อไม่มีแล้วหล่ะ แนะนำว่าลองให้ลูกใส่ดู อันไหนใส่ได้นานไม่รำคาญก็เอาอันนั้น

การเดินทางสนามบิน – โรงแรม

มีให้เลือกหลายอย่างครับ ขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ของแต่ละที่ ตอนผมไปญี่ปุ่น ไม่มีให้เลือกมาก เลยพาลูกอายุ 6 เดือนกับภรรยา ขึ้นรถบัสจากสนามบิน ตรงไปถึงโรงแรมเลย สะดวกมาก ราคาไม่แพง

ตอนไปเกาหลี และ ญี่ปุ่น ลงเครื่องมาเหนื่อย ๆ มึน ๆ ของพะรุงพะรัง ตัดสินใจนั่ง Taxi ไปโรงแรมเลย แพงหน่อยแต่ชัวร์กว่า แถมยังได้นั่งปรับตัวเพื่อเที่ยวต่อได้เลย  ส่วนครอบครัวที่ชอบผจญภัยไม่อยากนั่งแท๊กซี่ ก็นั่งรถไฟเข้าเมือง แล้วค่อยไปต่อแท๊กซี่ไปโรงแรมอีกที

ตอนไปเมกา นั้นแล้วแต่เมือง ถ้าเช่ารถไว้ก็รับรถที่สนามบินได้เลย โดยเราต้องทำใบขับขี่สากลไปด้วย รถที่เช่าก็ตามเวป Hertz หรือ Avis เลยครับ เลือกรุ่นที่ถูกใจ แล้วระบุด้วยว่าต้องการ GPS Navigator แค่นี้ก็สบายมาก หากไม่เช่ารถก็นั่งรถบัสรับ-ส่งของสนามบิน แต่ตอนไป New York ด้วยความที่ระยะทางไม่มากมายนัก ผมนั่งแท๊กซี่ไปโรงแรมเลย คิดแล้วประมาณพันบาท

ส่วนฮ่องกงมีให้เลือก 2 แบบ

– รถไฟ Airport Express ตรงเข้าเมืองนั่งสบาย คนไม่แน่น ตอนซื้อตั๋วแจ้งปลายทางว่าจะลง Hong Kong หรือ Kowloon หากมีแผนจะใช้บริการ Airport Express ขากลับด้วย ให้ซื้อแบบ Round Trip จะถูกกว่า

IMG_2095 IMG_2098

ถึงที่หมายแล้วมองหาป้าย Shuttle Bus ซึ่งปกติเดินขึ้นไปอีกชั้นนึง นั่งรถบัสฟรีต่อเข้าโรงแรมได้เลย เค้าจะมีป้ายบอกเสร็จสรรพ หรือ ถ้าของเยอะจะนั่ง taxi ก็ได้เสียอีกไม่กี่สิบเหรียญ

– มีงบ เน้นสะดวก แนะนำ รถลีมูซีนครับ เลือกเอา เบนซ์ เอส-คลาส สุดหรู หรือ คนเยอะหน่อยก็ Toyota Alphard ราคา 550 – 600 เหรียญฮ่องกง

ถ้ามีผู้ใหญ่ 4 – 5 คน แนะนำให้ใช้วิธีนี้เข้าเมืองเพราะราคาไม่ต่างกับนั่งรถไฟ แต่สะดวกกว่าเยอะ

โดยเคาเตอร์รถลีมูซีน จะอยู่ใกล้ ๆ กับที่ซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองนั่นแหละ ลองถาม ๆ ดูบางโรงแรมจะมีเคาเตอร์ของตัวเองไว้บริการด้วย พนักงานจะบอกเองว่าโรงแรมที่เราเข้าพักต้องใช้บริการเคาเตอร์ไหน

โรงแรม

การจองโรงแรม แนะนำว่าหากเป็นคนขี้เกียจ (เหมือนผม) ให้จองโรงแรมใกล้กันที่ ๆ เราจะไป หากเป็นมือใหม่ ไม่ควรเที่ยวหลาย ๆ เมืองในครั้งเดียว…..ลูกเล็ก ของเยอะ ย้ายโรงแรมบ่อย ๆ มันเหนื่อย

ส่วนจะโรงแรมถูก หรือ แพง อันนี้แล้วแต่กำลังของแต่ละคน เน้นแค่ไม่ไกลจากที่เราเที่ยว หรือ ใกล้สถานีรถไฟ เพราะอาจต้องมีรายการกลับโรงแรมก่อนกำหนดในกรณีฉุกเฉิน เช่นลูกฉี่ราด ไม่มีกางเกงเปลี่ยน หรือ พ่อแม่มือใหม่หมดแรงก่อน เป็นต้น

ยกตัวอย่างฮ่องกง ผมมักจะไปนอน Royal Pacific Hotel หรือ บรรดา Marco Polo ทั้งหลาย เพราะมันอยู่ในส่วนที่ผมชอบเดิน นั่นก็คือ Harbor City และ Ocean Terminal แถมร้านโปรดก็อยู่บนถนน Canton เกือบทั้งหมด

ส่วน Mong Kok นั่งรถไฟใต้ดิน หรือ แท็กซี่ ไป

เมื่อก่อนผมนอน Marco Polo Gateway เป็นหลัก แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเป็นขาประจำ Royal Pacific แทน เพราะราคาถูกกว่า และ โรงแรมใหม่กว่า จ่ายเท่ากันแต่ได้ห้อง Suite การเดินไปไหนมาไหนก็แทบไม่ต่าง เพราะโรงแรมตั้งอยู่ห่างกันเพียง 300 เมตรเท่านั้น

ที่สำคัญ ใต้โรงแรมมีเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น 7-11, Sasa, Boots และ ร้านค้า outlet ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น G-2000, Giordano, Touch Jeans เป็นต้น

ใครที่คิดสั้นอยากกิน KFC ก็มีนะ

ขนมต่าง ๆ ร้านอาหารมีเยอะแยะไปหมด เพราะตรงนั้นเป็นท่าเรือ Ferry ข้ามไป มาเก๊า ด้วย

ร้านขายของฝากเพียบ

สำหรับญี่ปุ่น แนะนำ Grand Pacific Odaiba อยู่ใน โอไดบะ ครับเป็นเกาะเล็ก ๆ ในโตเกียว สะดวก คนน้อย สะอาด มีของเด็กรายล้อมไปหมดไม่ว่าจะ Toy R Us, Lego land และ อื่น ๆ เพียบ หาอ่านได้จากรีวิวเก่าของผม ตามนี้

การเตรียมพร้อมของเรา

แน่นอนว่าอุปกรณ์ สัมภาระมาตรฐานตามแต่ละคน คงไม่ต้องบอก บรรดา ขวดนมเอย นมผงเอย กระดาษเปียก (wipe) เอย เจลล้างมือเอย ทิชชู่เอย เยอะไปหมด ซึ่งก็แล้วแต่แนวของท่านเอง ส่วนผมไม่เน้นเยอะ เพราะที่ ๆ จะไปมันมี 7-11 อยู่ทั่ว

สำหรับผม ตอนลูกเล็ก ๆ ผมใช้รถเข็นเด็กแล้วยังเตรียมเป้อุ้มลูก + เป้สะพายหลัง ไว้ด้วย เวลาไปไหนที่คนพลุกพล่าน รถเข็นจะได้ไม่เป็นภาระ เดินไปไหนคล่องตัว

แนะนำว่าหากใช้เป้อุ้มเด็ก ให้ใช้แป้หลัง แทนกระเป๋าสะพายข้าง….มันช่วยถ่วงน้ำหนัก หน้า-หลัง ให้บาลานซ์ก้ันดีนักแล ไม่ค่อยเมื่อย 555

พอลูกโตหน่อย อุปกรณ์น้อยลง แต่รถเข็นก็ยังต้องมี เพราะเผื่อลูกนอนตอนบ่าย และ ตอนนี้ก็เป็นสวรรค์ของพ่อแม่

หากรู้เวลาลูกนอนกลางวันแน่นอน ให้เตรียมตัวไปสถานที่ที่เราต้องการก่อนลูกจะหลับ กะว่าพอถึงที่สักแป๊ปลูกนอนพอดี

เพราะหากให้ลูกหลับก่อน การเดินทางระหว่างลูกหลับจะไม่สะดวกเลย…..

อุปกรณ์ IT

แน่นอน เรามันคน IT ชอบเทคโนโลยี โม้เรื่องเที่ยวทั้งที จะขาดเรื่อง Gadget ไปได้อย่างไร สิ่งที่ผมพกพาไปด้วยประจำดังนี้

– iPad เอาไว้ให้ลูกเล่นตอนอยู่บนเครื่องบิน พอตกดึก ก็เอามาเช็คเมลล์ เข้าเวปต่าง ๆ เพราะผมไม่พก โน๊ตบุ๊ค ไปเที่ยวครับ….หนัก

– Blackberry แน่นอนเอาไว้ทำงานทุกที่ ทุกเวลา สามารถตอบเมลล์ได้ทันที BBM สั่งงานเลขาที่ออฟฟิส ส่งรูป ส่งไฟล์ด้วยความรวดเร็ว

– iPhone หรือ แอนดรอยด์ เอาไว้ถ่ายรูปครับ ถ่ายวีดิโอ ลงแอพฯ ของประเทศนั้น ๆ รวมถึงใช้แผนที่ด้วย โดยแนะนำให้โหลดแผนที่แบบเป็นไฟล์รูปภาพแล้วก๊อปใส่มือถือไปด้วย ถ้าไม่มีให้ขอแผนที่จากโรงแรมแล้วจัดการถ่ายเก็บไว้บนสมาร์ทโฟน เดินไปไหนไม่ต้องกางแผนที่ให้รุงรังครับ

การเอาโทรศัพท์ไปใช้งานต่างประเทศ ก็ต้องเปิด Data Roaming คือการใช้ อินเตอร์เน็ทข้ามแดนนั่นเอง ทั้ง AIS และ True Move H มีแพ็คเกจแบบ Unlimited ซึ่งต้องเลือกเครือข่ายแบบ manual หาก ใช้เครือข่ายผิด ค่าเน็ตกินตายยยยย

ส่วน Dtac นั้น ไม่มี Unlimited แต่มีให้เลือกว่าจะซื้อแพ็คกี่ MB แล้วก็ต้องมาระวังเอาเองอย่าให้เกิน แต่ใช้บนเครือข่ายอะไรก็ได้ ง่ายไปอีกแบบ

จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ เวลาไปต่างประเทศ เครื่องคิดเลข จำเป็นมาก ขาดไม่ได้เลย เวลาจะคำนวนราคาสินค้า หรือ แม้กระทั้งใช้ต่อราคากับคนขายที่พูดอังกฤษไม่ได้

เดี๋ยวนี้ smartphone เครื่องเดียวทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง

ผมถึงขนาดเก็อปแผนที่ ฮ่องกง หรือ เมืองที่ต้องไป เอาใส่ไว้ใน smartphone เวลาเดินไปไหนไม่ต้องการแผนที่กระดาษให้ดูเป็น “กระเหรี่ยง”

หยิบ smartphone ออกมาเปิดโปรแกรม Photo หรือ Gallery แล้วดูแผนที่ที่สแกนเก็บมาได้เลย อย่างหล่อครับ

นอกจาก ฟีเจอร์+ฟังค์ชั่น มาตรฐานติดเครื่องที่มีเกินพอความต้องการแล้ว แอพต่าง ๆ ก็มีให้เลือกใช้อย่างเป็นประโยชน์เวลาเดินทาง ไม่ว่าจะ Google Map หรือ ในกรณีที่ผมใช้บ่อย ๆ คือ แอพท่องเที่ยวชื่อว่า Guide Pal มีให้ใช้ทั้งบน Blackberry, iPhone และ Android ข้อมูลครอบคลุมเกือบทุกประเทศที่เคยไปมา

มีสถานที่น่าสนใจ ร้านอาหารแนะนำ tip ดี ๆ รวมถึงแหล่งช็อปปิ้งที่แนะนำ

ตารางการเที่ยวฮ่องกงของบ้านผมไม่ยากทุกวันเหมือนเดิม 4 วัน 3 คืน ประมาณนี้

9:00 – โมงตื่น (สายหน่อยนะ วันหยุดจะรีบไปไหน)

9:30 – แวะ Starbuck ตรง Habor City กินกาแฟ และ ขนมปังเล็กน้อย

10:00 – Toy R Us เปิดพอดี เป็น moment ที่ลูกชอบมาก ๆ ตอนวิ่งเข้าไปพร้อมประตูเค้ากำลังเปิด

11:00 – แวะเล่นเกมส์ร้านตู้เกมส์ แถว ๆ Toy R Us หรือ เดินดูหนังสือ และ ของเด็กชั้น B1

11:30 – ออกหาของกินรอบ ๆ ตามโพส  กินฮ่องกง: ลายแทงของอร่อยที่ฮ่องกง ย่านถนน Canton

13:00 – เดินเล่นชิลด์ ๆ ช็อปปิ้งตามอัธยาศัย หากไม่ช็อปก็มีกิจกรราครอบครัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Disney Land, Ocean Park, ชมวิว Victoria Peak ซึ่งพวกนี้คงไม่ต้องบรรยาย หาอ่านได้ทั่วไป สำหรับบ้านผม ถ้าขึ้เกียจ ก็นั่ง Taxi ตรงจากโรงแรมไป Disneyland หรือ Ocean park เลย รถฟงรถไฟ รถบัส ไม่ได้กินผมหรอก เพราะผมเก็บเงินเผื่อให้ฟุ่มเฟือยเรื่องความสะดวกในการเดินทางไว้แล้ว ไปประหยัดส่วนอื่น เช่น ช็อปปิ้งแทน

แต่ถ้าไปใกล้ ๆ อยากให้นั่งรถไฟ และ รถเมลล์บ้างนะครับ เป็นประสบการณ์ให้ลูก เปิดโลกให้เค้าหน่อย ไหน ๆ ก็เสียเงินบินไปต่างประเทศแล้ว

แต่หากจะไป มงก๊ก (Mong Kok) แนะนำว่าอย่าเอารถเข็นไป ให้ทนอุ้มลูกเอา เพราะคนแน่น ฟุตบาทเล็ก แถมคนเดินกันเร็ว อุ้มเอาเร็วกว่า ไม่ว่าจะเดินไปดูของ IT, ของเล่น, แผ่นเกมส์ หรือ เสื้อผ้าที่ Lady Market.

17:30 – กลับโรงแรมด้วย Taxi เพราะของเยอะ และ เหนื่อยแล้ว วางกระเป๋า นั่งพัก เตรียมตัวลุยกิน

18:00 – จากโรงแรมบนถนน Canton ก็เลือกเลยว่าจะชิมร้านไหนใน “ลายแทง” กันต่อ

กิจกรรมมาตรฐานของบ้านผมเวลาไปฮ่องกง

ปกติผม และ ภรรยา จะเน้นช็อปปิ้งที่ อเมริกามากว่า ไปฮ่องกงเลยเน้นกิน กับ ซื้อของเล่น

Toy R Us ถูกกว่าบ้านเราพอสมควร โดยเฉพาะ Lego และ ปืน Nurf ส่วนรถ Hotwheel ไม่ต่างกันมาก

บริเวณชั้น B1 ที่มี Toy R Us จะมีร้านเสื้อผ้าเด็ก รองเท้าเด็กขาย ให้ดูป้ายเซลครับ ถ้าไม่เซล บางครั้งราคาพอ ๆ กับไทย เสียเวลาหิ้ว

ที่น่าสนใจคือ ร้านหนังสือแถวนั้น มีหนังสือเด็กเพื่อการเรียนรู้เยอะ แอบมีของเล่นขายด้วย ราคาพอ ๆ กับ Toy R Us เลย

บรรดาของเล่นที่ร้านตู้เกมส์ เล่นแล้วได้คูปอง สะสมแต้ม แต้มครบแลกของเล่น สนุกดีครับ แต่เปลืองเงิน และ เวลาอย่างแรง

ทุกครั้งที่แวะเข้าไป ภรรยา และ ลูก จะกระหน่ำเล่นร่วมชั่วโมง ผมก็ยืนยาม เฝ้าของ และ ถือเหรียญหยอดตู้ตามระเบียบ (มันยังไม่ถึงคิวเรา….เหอ เหอ เหอ)

การพาครอบครัวไปเที่ยว แบบกระเตงลูกไปด้วย ก็มีเทคนิคง่าย ๆ เพียงไม่กี่อย่างดังที่กล่าวมานั่นแหละครับ จุดสำคัญคือ ต้องมีสติตลอดเวลา เพราะต้องดูแลลูกไม่ให้เกิดอันตราย และ ต้องคอยเอาใจ ผบ.ทบ. (ผู้บัญชาการที่บ้าน) ด้วย หากใครไม่เคยอาจกลัว และ กังวล…..เชื่อผมเถอะ ผ่านครั้งแรกไปได้ ครั้งหน้าสบายละ

เหนื่อยนั่นเหนื่อยชัวร์ แต่เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ลูกเราเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์กับลูกของเราให้มากที่สุด เที่ยวไปสอนไปว่าอะไรควรทำอย่างไร คอยอธิบายให้เค้าฟัง ประสบการณ์นี้ซื้อไม่ได้ และ ไม่มีสอนในโรงเรียนครับ

ขอให้เพื่อน ๆ สนุกกับการท่องเที่ยวนะครับ ไว้มีอะไรสนุก  ๆ จะมาเล่าต่อ รวมถึง “พาเที่ยวแหล่งของเล่นใน ฮ่องกง” ด้วย……โอ้แม่เจ้า ฮ่องกง อีกแล้วววววววว

ไปครั้งแรกอ่านนี่เลย 10 ข้อต้องรู้ วางแผนเที่ยว ฮ่องกง ดินแดนของกิน และ ช๊อปปิ้ง

บทความอื่น ๆ ทั้งกิน ทั้งเที่ยว เช็คได้ที่นี่เลย

ขอให้สนุกกับการไปท่องเที่ยวครับ

________________________________________________________________

xenonart80x80

หากเพื่อน ๆ ชอบเรื่องกิน เที่ยว และ รีวิวของผมที่ตรงไปตรงมา ไม่มีอวย ฝากเพื่อน ๆ กด LIKE FacebookFanpage ของผมเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ

Facebook-Like

Comments

comments

About the author

xenon_art

บล็อคเกอร์กวน ๆ อารมณ์ดี ขี้บ่นบ้างอะไรบ้าง ชอบเขียนเรื่องสมาร์ทโฟน กิน เที่ยว และ ของเล่น เขียนบทความเป็นงานอดิเรก

twitter: @xenon_art
Instagram: xenon_art

47 Comments

  • ไปเมืองนอกรถเข็นยี่ห้อไหนดีคะ

    • ถ้าเด็กเล็กแนะนำ Combi ครับ เบา พกง่าย คันเล็กเข็นซอกแซกสะดวก นอนสบายครับ

  • จะพาลูกสามขวบและหนึ่งขวบไปสิงคโปร์เดือนพ.ค.นี้ค่ะ. แอบกังวลเหมือนกันเพราะเคยพาคนโตตอนเขาหนึ่งขวบกว่าไปฮ่องกงเหนื่อยมาก(ไม่ได้เอารถเข็นไปมีแต่เป้อุ้ม). รอบนี้คิดอยู่ว่าจะเอารถเข็นคันเก่าที่ใช้อยู่ตอนนี้กับลูกคนเล็กไปด้วยแล้วไปซื้อคันใหม่ที่สิงคโปร์เลยเห็นว่าคอมบิที่นั่นถูก

  • อยากทราบว่าเด็กต้องทำพาสปอต มั้ยคะ

  • ขอถามครับว่าที่ฮ่องกงมี มัมมี่โป๊ะโกะแพ้นท์ขายมั้ยครับ
    ถ้ามี จะหาซื้อได้ที่ใหนครับ จะได้ไม่ต้องเอาไปเผื่อเยอะเปลืองเนื้อที่สัมภาระครับ

  • ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์มาก ตกลงใจจะพาลูกไปด้วยเลยค่ะ

    • ลุยเลยครับ เตรียมตัวให้พร้อม ที่สำคัญตอนเครื่องขึ้น และ ลง อย่าลืมให้เคี้ยว หรือ ดื่มน้ำป้องกันหูอื้อจะได้ไม่งอแง

  • ต้นปีผมพาลูกสาวไปฮ่องมาเหมือนกันครับ สนุกมากถึงจะเหนื่อยมากก็ตาม(แต่แฮปปี้สุดๆ) เห็นด้วยกับการพาไปท่องเที่ยวครับ ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ประสบการณ์สอนทั้งพ่อแม่และลูกไปพร้อมๆกันครับ ^ ^

    • ใช่แล้วครับ เป็นประสบการณ์ของทั้งพ่อทและ ลูกจริง ๆ

  • สวัสดีค่ะ พอดีกำลังจะพาลูกๆไปฮ่องกง(2 ขวบกับ9ขวบ)แต่ไปแบบทัวร์ส่วนตัว ราคา ผู้ใหญ่ 35,900 เด็ก9ขวบ 33,500 เด็ก 2 ขวบ 11,500
    สำหรับราคาแพงไปมั้ยคะ แต่เที่ยว ดิสนีย์แลนด์ โอเชี่ยนปาร์ค กระเช้านองปิง มีไกด์พร้อมรถคอยบริการที่นู่นค่ะ
    โรงแรมที่พักคืนแรก ดิสนีย์แลนฮอลลี่วู้ด คืนต่อไป พาโนรามาค่ะ ทริปนี้คุณสามีไม่ได้ไปค่ะ มีเพื่อนไป 1 คน และคุณแม่สามี รวมก็ 5 คนค่ะ
    คำถามค่ะ
    1 ราคาแพงไปมั้ยคะ
    2 โรงแรมที่เข้าพักสะดวกและโอเคมั้ยคะ
    3 แหล่งช้อบปิ้งที่มีครบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ควรเลือกช้อปที่ไหนดีคะ
    …ขอบคุณมากค่ะ

    • 3 วัน 2 คืนใช่ไหมครับ เดาจากโรงแรม

      5 คนได้โรงแรมคืนละกี่ห้องครับ

      รถรับส่งเป็นรถอะไรครับ

  • ผมหาคนที่เขียนเรื่องการพาลูกไปเที่ยวมาตั้งนาน ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ พอดีผมตั้งใจจะพาลูกไปนิวซีแลนด์ครับ จะซื้อเสื้อกันหนาวที่ไหน แบบไหนดีครับ ขอบคุณครับ

    • อากาศช่วงที่ไปกี่องศาครับ ถ้า 15 – 20 องศาและไม่ได้เที่ยวหนาว ๆ บ่อย ซื้อพวก Uniqlo ราคาพันกว่าสองพันืีีเป็นผ้าร่มเย็บย่น ๆ เหมือนแหนม ใส่เสื้อด้านในหนาหน่อยก็อยู่แล้วครับ

  • จะพาลูกขวบสี่เดือนไปเกาหลีช่วงกุมภานี้ อากาศติดลบ ต้องเตรียมเสื้อผ้าและหาซื้อที่ไหนดีคะ

    • เด็กมาก ๆ เลยสำหรับอากาศติดลบ แนะนำว่ายังพอมีเวลาบ้าง ให้ลองหาซื้อเครื่องหนาวตามเน็ตครับ เพราะของไทยเอาไม่อยู่แน่ ๆ หรือ ถ้าเอาอยู่ก็ต้องใส่หลายชั้น ตอนลูกเล็ก ๆ ผมสั่งอเมริการาคาไม่แพงอย่างที่คิด เสื้อหนาวบางแต่อุ่นมาก ๆ แถมพกพาง่าย แพ๊คกระเป๋าไม่บวมโดยใช่เหตุ แอบกระซิบให้ติดต่อ @evewye ใน instagram ครับ ถูกใจก็สั่ง ไม่ถูกใจลองดูหลาย ๆ ที่ครับ

  • พาลูก4ขวบไปเที่ยวฮ่องกง2คนแม่ลูกพ่อเด็กไม่ไปด้วยเวลาผ่านตม.ที่ฮ่องกงต้องใช้เอกสารอะไรไหมคะไปกันเองไม่ได้ไปกับทัวร์คะ

    • ไม่ต้องครับ เพราะในพาสปอร์ตนามสกุบเดียวกันอยู่แล้ส

      • เผอิญจดทะเบียนแต่ใช้นามสกุลเดิมคะเลยไม่ได้นามสกุลเดียวกับลูกคะ

      • งั้นเพื่อความปลอดภัยให้พกสำเนาใบสูติบัตรไปด้วยครับ เผื่อ ตม. มีคำถามจะได้เอาให้เค้าดู แต่ผมจำไม่ได้แล้วว่ามันมีภาษาอังกฤษหรือเปล่า

    • ไม่เป็นไรครับ เอาสำเนาติดไปด้วยเผื่อไว้

  • เด็ก1ปี9เดือนค่ะ จะไปเกาหลีปลายเดือนมีนาคม เสื้อผ้าต้องเตรียมประมาณไหนคะ กลัวเตรียมไปแล้วบางไปหนาไปค่ะ>_< ขอบคุณมากค่ะ

    • ไปเมืองไหนครับ โซล และ เกาะนามิ ปกติ หรือไปเมืองอื่นด้วยครับ

  • ไปโซลอย่างเดียวคะ เที่ยวแถบๆนั้น เพราะไปเองไม่ได้ไปกะทัวร์ค่ะ
    แอบรบกวนถามอีกนิดค่ะว่ามีที่เที่ยวที่ซื้อของเด็กแนะนำไหมคะ อยู่5วันค่ะ
    แล้วรถเข็นนี่ไปซื้อใหม่ที่นั่นหรือเอาไปดีค่ะ
    ขอบคุณมากๆค่ะ

    • ล่าสุดผมไปโซลเหน็บลูกวัย 2 ขวบไปเหมือนกัน พักที่ IBIS เมียงดง สะดวกมาก ๆ เพราะตรงข้ามเป็นห้าง Lotte หลังโรงแรมเป็นย่านช๊อปปิ้ง เมียงดง ของกิน ของช๊อปเพียบ ถ้านอนแถวที่มีห้าง แนะนำไปลองหารถเข็นที่โน้น ส่วนผ้าอ้อมให้เอาไปเองเพื่อความสะดวก มีเด็ก ๆ ก็ต้องนี่เลย Lotte world สวนสนุกในห้าง ไม่กลัวร้อน ไม่กลัวหนาว ไม่กลัวฝน แต่ถ้าอากาศดีเค้ามีส่วนที่เป็นสวนสนุกกลางแจ้งด้วย
      เสื้อผ้า ของเด็ก ของเล่น ที่เกาหลีคราวก่อนไปรู้สึกไม่เริ่มเหืมอนญี่ปุ่น กับ ฮ่องกง แต่ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ ส่วนมากดูตามห้างจ้า เพราะไปถอยกางเกงยีนส์เด็กจากย่าน ทงแดมุน รู้สึกว่าแพงไปหน่อยโดน บางตัวสู้สั่งจากเมกามาไม่ได้ครับ

      โดยรวม โซล เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ทริปหนึ่งของครอบครัวผมเลย ปลอดภัย สะอาด ทันสมัย และ คนเค้าช่วยเหลือดีมาก ๆ

  • ขอบคุณมากๆเลยค่ะ^^
    ว่าแต่เสื้อผ้าของเด็กที่ต้องเตรียมเนี่ย ใส่แขนยาวข้างในแล้วเสื้อกันหนาวคลุมข้างนอกนี่พอไหมคะสำหรับอากาศช่วงปลายมีนา ส่วนตัวเคยไปปลายเมษา แต่ตอนนั้นยังไม่มีลูกค่ะเลยไม่แน่ใจเรื่องการแต่งตัวของเด็กเล็กค่ะ

    • ผ้าพันคออีกสักผืนเผื่อไปกันเหนียวครับ

  • กำลังจะไปฮ่องกง พร้อมตัวเล็กขวบครึ่งคืนนี้ค่ะ หูฟังไปซื้อส่วนไหนของสนามบินคะ เรียกว่าอะไรอ่าคะ?

    • หูฟังตอนนี้ไม่มีขายแล้วครับ เดือนกันยาปีที่แล้วไปเดินหาให้เพื่อนขาลากไม่เจอเลยครับ เดี๋ยว 26 มีนานี้ไปอีก จะดูให้ครับ

  • รบกวนหน่อยค่ะจะพาลูกสาววัย1ขวบ10เดือนไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะไม่ทราบว่ามีทัวร์ไหนแนะนำไม่ค่ะที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ค่ะไม่กล้าไปเองค่ะกลัวหลงขอบคุณค่ะ

    • อันนี้ไม่ทราบเลยครับ ไม่ค่อยชอบไปกับทัวร์ (ครอบครัวตื่นกันสาย 555) ลองดูเจ้าดัง ๆ ครับ โทรไปคุยสอบถามเรื่องการดูแลเด็กเล็กว่ามีอะไรพิเศษให้หรือเปล่า ถ้าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ต้องไปครับ หาเจ้าใหม่

  • รบกวนสอบถามอีกนิดนะคะ สงสัยว่าใบขาเข้าขาออก ช่องลายเซ็น ของน้องต้องทำยังไงคะ ปั๊มลายนิ้วมือเหมือนในพลาสปอร์ต หรือว่างไว้เลยคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

  • ขอบคุณสำหรับรีวิวนี้นะคะ มีประโยชน์มากๆเลย รบกวนถามเรื่องรถเข็นหน่อยคะ จะพาลูกไปเที่ยวยุโรปกันเองไม่ไปกับทัวร์ ใช้รถเข็นรุ่นไหนดีคะ ลูก 8 เดือน ย่างเข้า 9 เดือนคะ รู้ว่าต้องหาแบบเบา แต่ไม่รู้ว่าต้องเอาแบบปรับเอนนอนเลยมั้ยคะ ใช้แบบนั่งที่เอนได้แค่ 170 องศาจะไหวมั้ยคะ ขอบคุณคะ

  • ขอบคุณค่ะอ่านแล้วมีประโยชน์มากค่ะ รบกวนสอบถามเพิ่มเติมค่ะ พอดีจะพาลูกวัย 2 ขวบ 9 เดือน (ณ ตอนนั้น) ไปอเมริกาปลายปีนี้ค่ะ อยากขอข้อมูลเรื่องรถเข็นเด็กและคาร์ซีทค่ะ (ลูก 13 กิโลค่ะ) มีคนแนะนำให้เอารถเข็นไปด้วยทุ่นแรงได้เยอะ อยากขอความเห็นค่ะว่าจำเป็น/ได้ใช้มั้ยค่ะ แล้วแนะนำยี่ห้อไหนดี น้องสาวมีรถส่วนตัวที่นั่นค่ะ ส่วนคาร์ซีท อาจให้น้องสาวซื้อเตรียมไว้ให้ค่ะ เพราะแบกไม่ไหว

    • Car seat ต้องมีเลยครับไม่งั้นตำรวจจับ ส่วนรถเข็นก็จำเป็นมาก เบาแรงไปเยอะ ไปไหนมาไหนไม่ต้องห่วงสะดวกมากเพราะเค้าให้ความสำคัญกับรถเข็นกว่าบ้านเราเยอะครับ

      เที่ยวให้สนุกครับ ^^

  • สวัสดีคะ ขอบคุณสำหรับการแชร์ปสก. นะคะ

    กำลังจะพาน้องไปฮ่องกงตอนน้องอายุ 1ขวบ

    น้องกินนมแม่คะ กินจากเต้า กังวลว่าที่ฮ่องกงจะถือมั้ยเรื่องให้นมแม่ในที่สาธารณะ (หลบตามมุมหรือมีผ้าคลุมไปปิดด้วย) และเครียดเรื่องอาหารการกินของน้อง เพราะที่ผ่านทานสดตลอด ไปที่นู้นไม่รู้จะจัดการเรื่องกินของน้องยังไง

    ชี้แนะด้วยคะ

    • ลูกผมทั้ง 2 คนก็เลี้ยงด้วยนมแม่เช่นเดียวกัน และ ก็ทานสดทั้งหมด เวลาเดินทางก็ใช้ผ้าคลุม (ผ้าพันคอใหญ่ ๆ) นะครับ ไม่มีปัญหาอะไร เวลาขึ้นเครื่องบินก็แจ้งพนักงานจัดที่นั่งนิดนึงเพื่อความสะดวก เอาที่นั่งที่มี “บาสซีเน็ต” หรือ เตียงเด็ก เดินทางท่องเที่ยวในฮ๋องกงก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ หามุมสงบและใช้ผ้าคลุมให้นมได้ ให้ระวังเรื่องเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมมากกว่า ให้ไปเปลี่ยนในห้องน้ำที่ส่วนมากจะมีเตียงเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ แต่หากไปเดินเที่ยวแถว คอสเวเบย์ พวกตึก Time Square ก็ลำบากนิดนึงเพราะห้องน้ำมีน้อยมาก โดยเฉพาะห้องน้ำที่มีเตียงเปลี่ยนผ้าอ้อม

      มีอะไรสงสัยถามได้ตลอดครับ…..เที่ยวให้สนุกนะครับ

  • จะพาลูกห้าเดือนไปจีนจะมีปันหาอะไรไหมค่ะไปกับลูกสองคนค่ะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างค่ะแล้วตั้งแต่ขึ้นเครื่องต้องทำยังไงค่ะตอนนี้งงมากกับการเตรียมตัวกลัวตอนพาลูกขึ้นเครื่องค่ะ

    • ไปเที่ยวจีนเมืองไหน ไปเอง หรือ ทัวร์ครับ จะได้แนะนำถูก ส่วนการเอาลูกขึ้นเครื่องบินไม่ยากครับ อ่าน และ ทำตามบทความได้เลย สำคัญที่สุดคือคำนวณเวลานอนของเค้า ถ้าปกติเค้านอนกลางวันตอนเที่ยง ไฟลท์ 11 โมงกำลังดี เพราะเครื่องขึ้นกินนมนอนพอดี ถ้าไฟลท์ดึกก็กะเวลานอนให้เค้าดี ๆ เด็กจะร้องงอแงบนเครื่องบินมีอยู่ไม่กี่เรื่อง หูอื้อ (ให้กินน้ำ หรือ นม หรือ เคี้ยวอะไรก็ได้) ง่วงนอน เหนื่อย (วางแผน) เบื่อ (ร้องเพลง ชวนเค้าคุย)

      มีอะไรเพิ่มเติมถามได้เลยครับ

  • ลูกขวบนึง ตอนนี้กินนมแต่จากขวด
    แล้วเวลาล้างทำความสะอาดทำยังไงหรอครับ
    เวลาอยู่ที่โรงแรม
    คิดจะไปเที่ยวมาเลเซียอ่ะครับ

    • ปกติอ่างล้างหน้าในโรงแรมจะปรับน้ำร้อน-เย็นได้ ผมปรับเป็นร้อนสุดแล้วค่อยล้างขวดนม หรือ ถ้าจะแช่น้ำร้อนฆ่าเชื้อโรค ในโรงแรม (มาตรฐาน) ส่วนมากจะมีกาต้มน้ำร้อนให้นะครับ
      ถ้าไม่มีจริง ๆ สามารถโทรลงไป room service ขอน้ำร้อนเค้าชามนึงได้เช่นกัน ไม่ต้องห่วงครับ อย่าลืมเอาน้ำยาล้างขวดนมกับฟองน้ำล้างขวดไปนะ

  • ผมเช่า รถเข็น พาคุณย่าไปเที่ยว ตามเว็ปนี้ได้เลยครับ https://www.facebook.com…chair.for.rent.Thailand/ ลองพาไปแล้วจะรู้ว่ามีความสุขมากๆเวลาที่เราเห็นรอยยิ้มของท่านครับ ผมแนะนำให้ไป สิงค์โปร ครับ

%d bloggers like this: